วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่สอง หลังเฉือนชนะอาร์เจนตินา 1-0

สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สองได้สำเร็จ หลังเอาชนะอาร์เจนตินาของลิโอเนล เมสซี ไปได้ 1-0 จากประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษของ คาดผู้ชมผ่านจอทั่วโลก 1.8 พันล้านคน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สองได้สำเร็จ หลังเอาชนะอาร์เจนตินาของลิโอเนล เมสซี ไปได้ 1-0 จากประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษของ เฟร์รัน ตอร์เรส ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมา

 

การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1930 ที่เป็นการพบกันของสองทีมที่ใช้ภาษาสเปน เริ่มคิกออฟในเวลาหลัง 15:00 น.เล็กน้อย ตามเวลานิวยอร์ก ท่ามกลางแฟนบอลกว่า 80,000 คนในสนามเมตไลฟ์ สเตเดียม (MetLife Stadium) รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยสเปนเป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่า ในขณะที่อาร์เจนตินาต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหาโอกาสบุกที่มีลุ้น ในการแข่งขันที่น่าจะเป็นฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายของเมสซี แม้ว่าโอกาสในการทำประตูแบบจะแจ้งของทั้งสองฝ่ายจะมีค่อนข้างน้อยก็ตาม

 

อาร์เจนตินาต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงท้ายเกมของเวลาปกติ หลังจาก เอนโซ เฟอร์นันเดซ กองกลางของทีมถูกไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้พวกเขาตกเป็นรองอย่างมากในแมตช์ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสกัดกั้นไม่ให้สเปนทำประตู

 

  • คาดคนดูผ่านจอทั่วโลกทะลุ 1.8 พันล้านคน

คาดว่ามีผู้ร่วมชมการแข่งขันครั้งนี้ผ่านหน้าจอราว 1.8 พันล้านคน และนี่ยังเป็นฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกที่มีการแสดงช่วงพักครึ่ง (Halftime Show) ซึ่งเปิดตัวด้วยมาดอนนา พร้อมการปรากฏตัวของโรนัลโดและโรนัลดินโญ สองตำนานนักเตะชาวบราซิล นอกจากนี้ บีทีเอส (BTS), จัสติน บีเบอร์, ชาคิรา และเหล่าตัวละครเดอะ มัปเพตส์ (The Muppets) ก็ร่วมแสดงโชว์ที่มีความยาวเพียง 11 นาทีเศษนี้ด้วย แฟนบอลต่างไม่อยากลุกจากที่นั่ง และหลายคนร่วมร้องเพลงไปกับชาคิราในตอนที่เธอร้องเพลง ‘Dai Dai’ ซึ่งเป็นเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 อย่างเป็นทางการ

 

เนื่องจากมีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสำหรับการมาร่วมชมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประตูสนามจึงเปิดล่วงหน้าก่อนเวลาคิกออฟถึง 4 ชั่วโมง และหลังจากผ่านการแข่งขันสองนัดแรกที่สนามแห่งนี้ ผู้จัดงานได้เพิ่มจำนวนป้ายบอกทางและอาสาสมัครมากขึ้นเพื่อช่วยนำทางให้ผู้คนไปยังที่นั่งที่ถูกต้อง

 

ในห้องสวีทสุดหรูรอบสนาม เหล่านักการเมืองได้พบปะพูดคุยกับคนดังในงานที่น่าจะเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยแพ็กเกจต้อนรับระดับไฮเอนด์มีการซื้อขายกันในราคาสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์ก่อนเริ่มเกม

 

 

  • ทรัมป์ กษัตริย์-นายกฯสเปน ร่วมชมในสนาม

ทรัมป์นั่งดูการแข่งขันอยู่ข้าง ๆ เมลาเนีย ภรรยาของเขา และจานนี อินแฟนติโน ประธานฟีฟ่า โดยมีช่วงหนึ่งที่การถ่ายทอดสดแสดงภาพเขากำลังตบเบา ๆ ไปบนสิ่งดูเหมือนจะเป็นถ้วยรางวัลฟุตบอลโลก

 

สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน และนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ก็มาร่วมชมด้วยเช่นกัน พร้อมกับโซฮราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ขณะที่ฮาเวียร์ มิเลย์ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา เลือกที่จะอยู่ที่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการนำโชคร้าย (jinx) มาสู่ทีม นอกจากนี้ คลอเดีย เชนบาม ประธานาธิบดีเม็กซิโก และมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ก็เข้าร่วมชมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

 

ภายในกลุ่มผู้ชมยังมีเหล่าคนดังมากมาย อาทิ บียอนเซ่, เจย์-ซี, วิลล์ เฟอร์เรลล์, ติโมธี ชาลาเมต์, แมตต์ เดมอน, มิก แจ็กเกอร์ ตลอดจนสตาร์นักบาสเกตบอลอย่าง เจเลน บรุนสัน และ วิกเตอร์ เวมบันยามา

 

ฟีฟ่าใช้วิธีทยอยปล่อยตั๋วสำหรับนัดชิงชนะเลิศทีละนิดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกระบวนการดังกล่าวไม่มีความโปร่งใสมากพอจนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งในสหรัฐ และเยอรมนี

 

“ผมเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรก ๆ ที่โชคดีได้ตั๋วมา ดังนั้นฝั่งผมเลยไม่มีอะไรต้องบ่น” แบรนดอน อึ้ง กรรมการผู้จัดการของธนาคารเพื่อการลงทุนบูติก  Houlihan Lokey  ผู้ยอมจ่ายเงิน 60,000 ดอลลาร์เพื่อซื้อตั๋ว 10 ใบกล่าว “ทัวร์นาเมนต์นี้ตื่นเต้นเร้าใจมาก”

 

รายได้จากการขายมันฝรั่งทอด เบียร์ และฮอทด็อก ก็มีแนวโน้มทุบสถิติใหม่เช่นกัน โดยการแข่งขันนัดเปิดสนามระหว่างบราซิลกับโมร็อกโก ได้สร้างรายได้จากค่าอาหารและเครื่องดื่มสูงที่สุดของสนามแห่งนี้นับตั้งแต่การแข่งขันซูเปอร์โบวล์ในปี 2014

 

ราคาอาหารและเครื่องดื่มที่จำหน่ายภายในสนามเมตไลฟ์ สเตเดียม ประกอบด้วย น้ำอัดลมราคา 6 ดอลลาร์ ฮอทด็อก 8.50 ดอลลาร์ และไก่ทอด (Chicken Tenders) ราคาสูงถึง 19 ดอลลาร์ ส่วนเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ราคาอยู่ที่ 14 ดอลลาร์ ในขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีราคาตั้งแต่ 17 ถึง 20 ดอลลาร์ โดยจำกัดการซื้อได้ไม่เกินคนละ 2 แก้วต่อการซื้อหนึ่งครั้ง

 

ในย่านควีนส์ของนครนิวยอร์ก แฟนบอลชาวสเปนได้มารวมตัวกันที่ศูนย์วัฒนธรรมกาซา กาลิเซีย (Casa Galicia) เพื่อส่งเสียงเชียร์ทีมรักของพวกเขาพร้อมสวมเสื้อสีแดงดั้งเดิมของทัพ “ลา โรฮา” (La Roja) บนโต๊ะเต็มไปด้วยเบียร์ Estrella Galicia และไวน์ Albariño โดยมีเพียงขวดน้ำดื่ม Poland Spring ที่โผล่มาให้เห็นเป็นระยะ ๆ เท่านั้นที่เป็นสิ่งเตือนใจว่าพวกเขากำลังอยู่ในสหรัฐอเมริกา

 

“พวกเรามาที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองกันครับ” โฮเซ อัลเบอร์โต กอนซาเลซ วัย 63 ปีกล่าว “ความสำคัญของการมานั่งดูแมตช์นี้ที่นี่คือ คนที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ คุณ ก็คือคนกลุ่มเดียวกับที่มักจะมานั่งอยู่ที่นี่ในคืนวันศุกร์ ดังนั้น เวลาที่คุณส่งเสียงเฮลั่น คุณจึงไม่ได้กำลังร่วมเฮไปกับคนแปลกหน้า”