ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ หลังการโจมตีในตะวันออกกลางคุกคามเส้นทางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นการโจมตีกันของสหรัฐ-อิหร่านจะยืดเยื้อ และลุกลาม
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) พุ่งสูงขึ้นหลังจากสหรัฐ และอิหร่านยกระดับความขัดแย้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการโจมตีเรือที่พยายามจะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสำคัญในคูเวต
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงตลาดโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ไปซื้อขายกันที่ระดับประมาณ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันจันทร์ (20 ก.ค.69) ถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ (WTI) อยู่ที่เกือบ 85 ดอลลาร์ โดยรัฐบาลเตหะรานระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านได้ล่มสลายลงโดยสิ้นเชิงแล้ว ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าจะเกิดการหยุดชะงักที่รุนแรงยิ่งขึ้นต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบดังกล่าว
สหรัฐ-อิหร่านโจมตีกันดุเดือด
กองทัพเรืออิหร่าน แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า ได้สกัดกั้นเรือที่ไม่ระบุสัญชาติจำนวน 4 ลำที่พยายามใช้ "เส้นทางที่ไม่ปลอดภัย" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากเรือเหล่านั้นเพิกเฉยต่อคำเตือน โดยกองทัพเรือระบุว่า มีเรือ 2 ลำ "ประสบอุบัติเหตุ และถูกระงับการเดินทางทันที" ในขณะที่เรือลำอื่นๆ "ยอมละทิ้งเส้นทาง และหันหลังกลับไป"
การโจมตีโต้ตอบกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันของทั้งสองฝ่ายตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ขยายวงกว้างเกินกว่าเป้าหมายทางทหารโดยตรง ไปครอบคลุมถึงสะพาน สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกในท่าเรือ ซึ่งส่งสัญญาณว่าแทบไม่มีโอกาสที่จะกลับไปสู่ข้อตกลงสงบศึกอันเปราะบางได้อีก โดยบริษัท คูเวต ปิโตรเลียม คอร์ป (Kuwait Petroleum Corp) เปิดเผยว่า อิหร่านได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง
ซอล คาโวนิก (Saul Kavonic) นักวิเคราะห์อาวุโสด้านพลังงานจาก MST Marquee กล่าวว่า การโจมตีที่รุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ "ล้วนบ่งชี้ว่าความขัดแย้งมีแนวโน้มที่จะขยายขอบเขต และความยาวนานขึ้น การมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในภูมิภาคโดยตรง หรือความพยายามใดๆ ของกลุ่มฮูตีที่ประสบความสำเร็จในการขัดขวางเส้นทางทะเลแดง จะเป็นปัจจัยเร่งให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีก"
กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เข้าขัดขวางการเดินเรือพาณิชย์ผ่านจุดยุทธศาสตร์ในทะเลแดงในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หัวหน้ากลุ่มฮูตีได้ขู่ว่าจะโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย หลังจากมีการยิงขีปนาวุธนำวิถี และโดรนเข้าใส่ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
อิหร่านโจมตีคูเวตอย่างหนัก
คูเวตกลายเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการล้างแค้นของอิหร่าน ในขณะที่บาห์เรนก็ตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน ด้านอิสราเอลแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า สามารถสกัดกั้นโดรนของอิหร่านได้ใกล้กับบริเวณชายแดนอิสราเอล-ซีเรีย ขณะที่สื่อของอิหร่านรายงานว่า กองกำลังสหรัฐ ได้เข้าโจมตีเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเมืองทางตอนใต้หลายแห่ง ซึ่งรวมถึงชาเดแกน (Shadegan), ซีริก (Sirik) และฮาเจียบาด (Hajiabad)
สหรัฐ ได้กลับมาปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ในขณะที่การโจมตีเรือของอิหร่านรอบๆ เส้นทางน้ำดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการค้าแบบ "กระสวยขนส่ง" (shuttle run) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียใช้ลำเลียงสินค้า คริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐ กล่าวว่า จำนวนเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้นลดลง แต่ปัจจุบันเริ่มมีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ขึ้นเดินทางผ่าน โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ในรายการ This Week ของสถานีโทรทัศน์ ABC
อัปเดตราคาในช่วงเช้าวันจันทร์ (20 ก.ค.69)
น้ำมันดิบ Brent สำหรับส่งมอบเดือนกันยายน พุ่งขึ้น 3.3% ไปอยู่ที่ 90.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 06:55 น. ตามเวลาสิงคโปร์
น้ำมันดิบ WTI สำหรับส่งมอบเดือนสิงหาคม ขยับขึ้น 2.8% ไปอยู่ที่ 84.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


