วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569

Login
Login

อิทธิพลกระแสชิป 'เกาหลีใต้' ผงาด กำหนดทิศทางหุ้นเอไอระดับโลก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหลักนั้น กำลังก้าวขึ้นมาเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนสถาบันจากลอนดอน นิวยอร์ก และโตเกียว ต่างหันมาติดตามความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นเกาหลีใต้เป็นกิจวัตรใหม่ก่อนเริ่มการซื้อขายในแต่ละวัน เนื่องจากความผันผวนของหุ้นชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ SK Hynix ได้กลายเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นและแนวโน้มของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากที่เคยเป็นเพียงตลาดชายขอบสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ปัจจุบันตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ ได้กลายเป็นดัชนีชี้วัดความเสี่ยงล่วงหน้าไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังพลิกโฉมกิจวัตรการลงทุนอย่างเห็นได้ชัด 

ไท ฮุย หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเอเชียจาก JPMorgan Asset Management ถึงขั้นต้องนำเสนอข้อมูลตลาดหุ้นเกาหลีใต้แก่ทีมงานระดับโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีของการทำงาน ขณะที่นักเทรดชาวญี่ปุ่นก็เริ่มนำดัชนี Kospi เข้ามาอยู่ในหน้าจอกระดานเทรด (Watch list) ฮานิ เรดา ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก PineBridge Investments ในลอนดอน กล่าวว่า "ตอนนี้นักลงทุนทุกคนล้วนกลายเป็นนักลงทุนในตลาดเกาหลีใต้กันหมดแล้ว"

อิทธิพลของตลาดเกาหลีใต้มีข้อมูลสถิติรองรับอย่างชัดเจน โดยค่าความสัมพันธ์ (Correlation) ในรอบ 60 วันระหว่างดัชนี Kospi และดัชนี Nasdaq 100 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 0.46 ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ระดับ 0.16 ถึงเกือบ 3 เท่า 

อีวาน ไฟน์เซธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนของ Tigress Financial Partners ในนิวยอร์ก ระบุว่า "ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศความผันผวนเดียวกับ Nasdaq และ SOX ไปแล้ว โดยมี SK Hynix, Samsung และดัชนี Kospi ทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐในช่วงก่อนเปิดตลาด" พร้อมเสริมว่าเกาหลีใต้ไม่ใช่เพียงตลาดเกิดใหม่ที่อยู่ห่างไกลอีกต่อไปแล้ว

อิทธิพลนี้ยิ่งเห็นได้ชัดเจนในช่วงตลาดขาลง โดยความอ่อนไหวของดัชนี Nasdaq 100 ต่อดัชนี Kospi ในช่วงที่ตลาดเกาหลีใต้อ่อนแอ ได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1990 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เช่นเดียวกับดัชนี MSCI World Index ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีเมื่อช่วงต้นเดือน

ผู้จัดการกองทุนบางส่วนเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการติดตามตลาดเกาหลีใต้เพื่อประเมินทิศทางหุ้น AI และเมื่อตลาดเกาหลีใต้ปิดทำการ ความสนใจจะเปลี่ยนไปที่ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (ADR) ของ SK Hynix และกองทุนรวมดัชนีที่เน้นลงทุนในเกาหลีใต้บนกระดานนิวยอร์ก จนเหมือนกับการติดตามความเคลื่อนไหวแทบจะ 24 ชั่วโมง

พลวัตนี้เห็นได้ชัดเจนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อความกังขาเกี่ยวกับอุปสงค์ AI ในอนาคต ทำให้เกิดแรงเทขายจนดัชนี Kospi ร่วงลงเกือบ 9% ก่อนที่ผลกระทบนี้จะลามไปยังวอลล์สตรีท ทำให้หุ้นของ SK Hynix ที่จดทะเบียนในสหรัฐ ร่วงลง 9.3% และฉุดหุ้นชิปตัวอื่นๆ ลงตามไปด้วย นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มชิปทั่วโลกยังถูกเทขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังสตาร์ตอัปด้าน AI ของจีนสร้างความก้าวหน้าครั้งใหญ่เหนือความคาดหมาย จนทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการลงทุน Capex ขนานใหญ่ของบรรดาบริษัทเทคฯ

อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นนี้นับว่ามาพร้อมกับความท้าทาย ดัชนี Kospi กลายเป็นหนึ่งในดัชนีหลักที่ผันผวนที่สุดในโลก เนื่องจากการซื้อขายแบบใช้ Leverage ได้ขยายกรอบความผันผวนให้กว้างขึ้น และการนำ SK Hynix เข้าจดทะเบียนในสหรัฐ ยิ่งขยายอิทธิพลของเกาหลีใต้ ส่งผลให้การซื้อขายที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ตลาดของเกาหลีใต้กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางหุ้น AI ทั่วโลกตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของเกาหลีใต้อาจหดตัวลงหากตลาดหุ้นยังคงเผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง ดัชนี Kospi ร่วงลงไปแล้ว 25% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน ทำให้มูลค่าตลาดสูญหายไปถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสภาวะนี้อาจบั่นทอนอำนาจต่อรองในเวทีโลก โดยหุ้นของสองบริษัทชิปยักษ์ใหญ่ต่างสูญเสียมูลค่าไปแล้วอย่างน้อย 30% ทั้งนี้ การที่ทางการเกาหลีใต้ตัดสินใจระงับการจดทะเบียนใหม่ของผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบใช้เลเวอเรจที่อ้างอิงหุ้นตัวเดียวชั่วคราว อาจมีส่วนช่วยลดการเก็งกำไรและความผันผวนลงได้บ้าง

แต่ถึงกระนั้น ดัชนี Kospi ก็ยังคงบวกเพิ่มขึ้น 62% สำหรับปีนี้ ซึ่งถือว่าทำผลงานได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยบทบาทสำคัญของ SK Hynix และ Samsung Electronics ในห่วงโซ่อุปทานชิปหน่วยความจำ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกต่อไปในอนาคตอันใกล้

ชิสะ โคบายาชิ นักกลยุทธ์หุ้นญี่ปุ่นจาก UBS SuMi TRUST Wealth Management สรุปทิ้งท้ายว่า "นี่คือความปกติใหม่ (New normal) ที่นักลงทุนต้องยอมรับ ตราบใดที่ตลาดยังคงพุ่งขึ้นจากกระแส AI แม้ทิศทางตลาดโลกกำลังถูกกำหนดโดยตลาดที่ยังเต็มไปด้วยการเก็งกำไรจากเลเวอเรจก็ตาม"