วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สหรัฐประกาศขึ้นภาษี 'บราซิล' 25% งัดมาตรา 301 การค้าไม่เป็นธรรม

สหรัฐประกาศเก็บภาษีบราซิลรอบใหม่ 25% มีผลสัปดาห์หน้า 22 ก.ค.69 โดยใช้มาตรา 301 สอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรม ด้านผู้นำบราซิลยื่นเรื่องเข้า WTO ประกาศเตรียมตอบโต้กลับ

สหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จาก "บราซิล" ในอัตรา 25% โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์หน้า หลังสรุปผลการสอบสวนที่ดำเนินมานาน 1 ปี ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐปี 1974 ซึ่งสหรัฐระบุว่าบราซิลมี "แนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม" 

การประกาศเก็บภาษีรอบใหม่นี้คาดว่าจะส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังการเจรจาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

การสอบสวนภายใต้มาตรา 301 มุ่งตอบโต้นโยบายหลายอย่างของบราซิล เช่น คำสั่งให้บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกัน ได้แก่ X, Meta และ Google ลบเนื้อหาทางการเมืองบางส่วน และระงับบัญชีผู้ใช้งานที่เป็นผู้พำนักในสหรัฐ รวมไปถึงการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีกับเม็กซิโก และอินเดีย การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่มีประสิทธิภาพ และอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดเอทานอล

ภาษีนำเข้าอัตรา 25% จะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันพุธที่ 22 ก.ค.69 นี้ โดยครอบคลุมสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากบราซิล แต่ "ยกเว้น" ให้สินค้าบางประเภท เช่น เนื้อวัว น้ำส้ม เครื่องบิน และชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน

บราซิลประกาศตอบโต้กลับ

ทางด้านประธานาธิบดีบราซิล ลูอิส อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา ระบุในแพลตฟอร์ม X ว่า การตัดสินใจของสหรัฐไม่มีมูลความจริง พร้อมประกาศว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ และจะยื่นเรื่องเข้ากระบวนการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (WTO)

ลูลา ดา ซิลวา ระบุว่า "ไม่มีเหตุผลใดที่ชอบธรรมสำหรับมาตรการเพียงฝ่ายเดียว" เนื่องจากสหรัฐเป็นฝ่ายเกินดุลการค้าสินค้า และบริการกับบราซิลสะสมรวม 424,500 ล้านดอลลาร์ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ

ในปีที่แล้ว สหรัฐยังเกินดุลการค้ากับบราซิล 14,400 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อนหน้า

มาตรการภาษีรอบใหม่ของวอชิงตันมีขึ้นหลังจากศาลฎีกาสหรัฐมีคำพิพากษาเมื่อเดือนก.พ. ปีนี้ ให้ยกเลิกมาตรการภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal tariffs) ที่สหรัฐเรียกเก็บในอัตรา 50% กับสินค้านำเข้าจากบราซิล โดยยังคงเหลือเพียงภาษีทั่วโลกอัตรา 10%

หลังจากนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พยายามรื้อฟื้นอำนาจในการจัดเก็บภาษีด้วยการเปิดการสอบสวนการค้าตามมาตรา 301 ซึ่งเปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถเรียกเก็บภาษีกับประเทศที่ถูกตัดสินว่ามีการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมได้ โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบเพิ่มเติมจากรัฐสภา

ด้านสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ระบุในแถลงการณ์ว่า การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมมีความจำเป็น เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้แรงงาน และภาคธุรกิจของสหรัฐ

มาตรการนี้มีขึ้นหลังจากทั้งสองฝ่ายใช้เวลาหลายเดือนในการเจรจาการค้า รวมถึงการประชุมระดับสูงหลายครั้งระหว่างเจ้าหน้าที่บราซิลกับผู้แทนการค้าสหรัฐในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ สหรัฐยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 12.5% กับสินค้าจากบราซิล นอกเหนือจากภาษี 25% โดยคาดว่าจะมีการตัดสินใจประเด็นนี้ในสัปดาห์หน้า

นอกจากเรื่องการค้าแล้ว ข้อพิพาทของสองประเทศยังลุกลามเข้าสู่ประเด็นการเมืองภายในบราซิล ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในเดือนต.ค. นี้ โดย ปธน.ลูลา ดา ซิลวา กล่าวหาว่า ฟลาวิโอ โบลโซนาโร สมาชิกวุฒิสภาบราซิล ซึ่งเป็นลูกชายของอดีตประธานาธิบดีโบลโซนาโร มีส่วนทำให้สหรัฐตัดสินใจเรียกเก็บภาษี หลังเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์