รายย่อยญี่ปุ่นทุบสถิติ “แทงสวนดอลลาร์” พุ่ง 4 เท่า สูงสุดในรอบ 18 ปี ตั้งแต่ปี 2008 ท้าทายกลไกรัฐแทรกแซง ทำรัฐบาลกุมขมับอุ้มเงินเยนยากขึ้น
บลูมเบิร์กรายงานว่ากลุ่มนักลงทุนรายย่อยชาวญี่ปุ่นได้พากันแห่เปิดสถานะ Short Dollar วางเดิมพันว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง คิดเป็นมูลค่าสุทธิสูงถึง 2.79 ล้านล้านเยน หรือราว 1.72 แสนล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 4 เท่าตัวภายในเดือนเดียว และถือเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2008
แม้การเก็งกำไรนี้จะกระจายไปในหลายสกุลเงิน แต่เมื่อดูจากปริมาณการถือครองเงินเยนแล้ว ชี้ชัดว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่เป็นการจับคู่เก็งกำไรในตลาด "ดอลลาร์-เยน" เป็นหลัก
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ และส่งผลต่อรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างไร?
นักลงทุนรายย่อยถือเป็นกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ที่มีอิทธิพลสูงมากในตลาดซื้อขายทันทีของโตเกียว ท่าทีของพวกเขาจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะบอกว่า มาตรการที่รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามเข้าไปแทรกแซงเพื่ออุ้มเงินเยน ซึ่งเป็นหนึ่งในสกุลเงินกลุ่มประเทศ G-10 ที่ดิ่งลงหนักที่สุดในปีนี้ จะประสบความสำเร็จหรือไม่
การที่รายย่อยแห่ไปรุมถล่มดอลลาร์ไว้ล่วงหน้าจำนวนมหาศาลเช่นนี้ อาจทำให้มาตรการเข้าแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นที่มักจะใช้สูตร "เทขายดอลลาร์ เพื่อเข้าซื้อเยน" มีประสิทธิภาพน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น
ยิ่งรัฐบาลแทรกแซง รายย่อยยิ่งสวนทาง
ฮิเดกิ ชิบาตะ นักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านอัตราแลกเปลี่ยนจาก Tokai Tokyo Intelligence Laboratory Co. ได้ประเมินสถานการณ์ไว้ 2 ประเด็นหลัก คือ
เมื่อใดก็ตามที่ทางการญี่ปุ่นประกาศเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงเงินเยน นักลงทุนรายย่อยเหล่านี้จะฉวยโอกาส "เทขายเงินเยนทันที" เพื่อปิดความเสี่ยงและทำกำไร ซึ่งการกระทำนี้จะส่งผลให้คู่เงินดอลลาร์-เยน ดีดตัวกลับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่รัฐบาลต้องการ
นอกจากรายย่อยแล้ว ฝั่งผู้นำเข้าสินค้าของญี่ปุ่นเองก็กำลังรอจังหวะที่ดอลลาร์-เยนราคาลดลงเพื่อเข้าซื้ออย่างหนาแน่น ปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นอาจต้องคิดหนักและไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้ามาแทรกแซงตลาดในตอนนี้
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเคยทุ่มเงินงบประมาณมหาศาลถึง 11.73 ล้านล้านเยน ภายในระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียว เพื่อยื้อไม่ให้เงินเยนอ่อนค่าลงไปมากกว่านี้
แต่ผลลัพธ์คือปัจจุบัน เงินเยนก็ยังคงอ่อนค่าลงไปอีกกว่า 4% เมื่อเทียบกับจุดที่เคยแข็งค่าที่สุดในรอบ 10 สัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าแรงต้านจากฝั่งตลาดและนักลงทุนรายย่อยนั้นมีกำลังมหาศาลอย่างยิ่ง


