การค้าจีนโตแรงเกินคาดในเดือนมิ.ย. รับกระแสเอไอ-การเร่งตุนสินค้าก่อนภาษีใหม่สหรัฐ ดันตัวเลขนำเข้า-ส่งออกจีนขยายตัวแรง 'อาเซียน' แชมป์นำเข้าสินค้าจีน ยอดพุ่ง 35%
"การส่งออกของจีน" ยังขยายตัวอย่างร้อนแรงต่อเนื่อง โดยตัวเลขการส่งออกล่าสุดในเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่แรงที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เดือนต.ค.2021 โดยสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์เอาไว้ที่ 18.2% และยังเร่งตัวขึ้นจากเมื่อเดือนพ.ค. ที่ขยายตัว 19.4%
ขณะที่ "การนำเข้า" ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน 36% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการขยายตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2564 โดยสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์เอาไว้ที่ 24% และยังเร่งตัวขึ้นจากที่โต 27.4% ในเดือนพ.ค.
การค้าจีนที่เร่งตัวขึ้นมากในครั้งนี้ เป็นผลมาจากอุปสงค์ทั่วโลกที่พุ่งสูงสำหรับฮาร์ดแวร์ AI และการเร่งสั่งสินค้าของผู้ค้าปลีกสหรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีตามที่คาดไว้ จนหนุนให้การส่งออกขยายตัวอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม แม้การนำเข้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก แต่จีนก็ยังคง "เกินดุลการค้า" อยู่ถึง 125,600 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. และยังเป็นการเกินดุลการค้ารายเดือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของจีนด้วย
'อาเซียน' แชมป์นำเข้าสินค้าจีน
เมื่อเทียบพื้นที่เป้าหมายการส่งออกของจีนทั่วโลกแล้ว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ "อาเซียน" นับเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุดในโลกในเดือนที่แล้ว โดยการส่งออกของจีนไปยังอาเซียนพุ่งขึ้นถึง 35% ในขณะที่การนำเข้าจากอาเซียนขยายตัว 27%
ส่วนการส่งออกไปยัง "สหรัฐ" เพิ่มขึ้นราว 14% ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 26% ตามการคำนวณของ CNBC จากข้อมูลทางการจีน ในขณะที่การส่งออกไปยัง "สหภาพยุโรป" หรืออียู เพิ่มขึ้น 18.5% และการนำเข้าจากกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 9%
เทียนเฉิน ซู นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (EIU) ระบุว่า ความแข็งแกร่งของการส่งออกจีนในดือนที่แล้ว มาจากการเร่งส่งมอบสินค้าไปยังทั้ง "สหรัฐ และอาเซียน"
ตัวเลขกิจกรรมภาคโรงงานในจีนก็เร่งตัวขึ้นสอดคล้องกันในเดือนมิ.ย. จากคำสั่งซื้อเพื่องส่งออกไปสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบรายปี ตามผลสำรวจของ China Beige Book เมื่อเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราค่าระวางขนส่งปรับตัวสูงขึ้น โดยผู้ผลิตกำลังเตรียมรับมือกับมาตรการภาษีเพิ่มเติมจากการสอบสวนตามมาตรา 301 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ภาษีอัตราในวงกว้าง 10% ของสหรัฐกำลังจะหมดอายุในวันที่ 24 ก.ค.
ทั้งนี้ ปักกิ่งกำลังเผชิญ "ความไม่สมดุล" ระหว่างอุปสงค์ และอุปทานที่ทวีความรุนแรงขึ้น
การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการส่งออกที่แข็งแกร่งของจีนได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตัวเลขการเติบโตโดยรวมของจีน ในขณะที่การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนอ่อนแอลง จากแรงฉุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซายาวนาน และราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน
จื่อเหว่ย จาง ประธาน และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัท Pinpoint Asset Management กล่าวว่า การส่งออกจีนยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่งตลอดช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นี้ ซึ่งอาจทำให้ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะยุโรป
ที่ผ่านมาในเดือนมิ.ย. ทางอียู และจีนได้จัดตั้งกลไกการหารือด้านการค้า และการลงทุนเพื่อปรับสมดุลการค้าทวิภาคี โดยเจ้าหน้าที่ยุโรปตั้งเป้าเห็น “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” ภายในเดือนต.ค. นี้
AI ช่วยบรรเทาภาวะช็อกน้ำมัน
กระแสการลงทุน AI ทั่วโลกยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และภาวะช็อกด้านราคาน้ำมัน โดยการส่งออกแผงวงจรรวม (IC) ของจีนในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น "มากกว่าสองเท่า" เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ไปแตะระดับ 38,000 ล้านดอลลาร์
ขณะที่การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนลดลง 41% จากปีก่อน สู่ระดับ 29.3 ล้านตัน ตามการคำนวณของ CNBC ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ "เกือบทศวรรษ" และในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ปริมาณนำเข้าน้ำมันรวมของจีนลดลงถึง 11% เมื่อเทียบรายปี
ทั้งนี้ จีนมีกำหนดเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ในวันพุธที่ 15 ก.ค.69 นี้ โดยรอยเตอร์สสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4.5% ในไตรมาส 2 หลังจากขยายตัวแข็งแกร่งที่ 5% ในไตรมาสแรก
ส่วนผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีกในเดือนมิ.ย. ซึ่งจะประกาศในวันพุธเช่นกัน คาดว่าจะขยายตัว 4.7% และหดตัว 0.1% ตามลำดับ ขณะที่การลงทุนในเขตเมืองคาดว่าจะลดลง 4.9% ในช่วงครึ่งปีแรก จากที่ลดลง 4.1% ในช่วง 5 เดือนแรก
ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตา "การประชุมโปลิตบูโร" ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนก.ค. เพื่อหา "สัญญาณมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ" ที่จะกำหนดทิศทางนโยบายในช่วงที่เหลือของปี แต่นักวิเคราะห์คาดว่าอาจจะไม่มีมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ หากการเติบโตไม่ได้ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการส่งออกยังแข็งแกร่ง และปักกิ่งให้ความสำคัญกับการควบคุมกำลังการผลิตส่วนเกินเพื่อรับมือภาวะเงินฝืด
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





