อายุเฉลี่ยข้อมูลล่าสุดชี้ รถยนต์ไฟฟ้าในจีนมีอายุเฉลี่ยแค่ 1.8 ปี เมื่อเทียบรถยนต์เครื่องสันดาปที่อายุเฉลี่ยนานถึง 8 ปี ระยะสั้นยิ่งกว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือ
"ตลาดรถยนต์จีน" ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และข้อมูลล่าสุดยิ่งเผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า "รถยนต์พลังงานใหม่" (์NEV) ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนนั้นมีอายุเฉลี่ยเพียงแค่ 1.8 ปีเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับ "รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน" ที่มีอายุเฉลี่ยถึง 8.2 ปี ซึ่งเป็นช่องว่างที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างรถยนต์ทั้งสองประเภท
บลูมเบิร์กรายงานอ้างหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในจีน 21st Century Business Herald ซึ่งใช้ข้อมูลมาจากรายงานร่วมของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) และบริษัทที่ปรึกษา Hejun Consulting สะท้อนให้เห็นภาพของอายุเฉลี่ยรถยนต์ไฟฟ้าที่สั้นกว่าระยะเวลาที่ผู้บริโภคจำนวนมากใช้งาน "โทรศัพท์มือถือ" เสียอีก
อายุเฉลี่ย 'ไม่ใช่' อายุการใช้งาน
ทั้งนี้ คำจำกัดความของ "อายุเฉลี่ย" ดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์พลังงานใหม่มีอายุการใช้งานเพียง 1.8 ปี หรือผู้บริโภคชาวจีนเปลี่ยนรถกันทุกๆ 1.8 ปี แต่เป็นการวัดอายุเฉลี่ยของรถยนต์ทุกคันที่ยังจดทะเบียนและใช้งานอยู่บนท้องถนน ในช่วงเวลาที่มีการสำรวจ
รายงานระบุว่า อายุเฉลี่ยที่ต่ำเป็นผลจากการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในจีน ที่ทำให้มี "ปริมาณรถยนต์พลังงานใหม่" เพิ่มขึ้นมาก โดยตลาดเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2021 ก่อนที่รถยนต์พลังงานใหม่จะเพิ่มสัดส่วนเป็นมากกว่า 60% ของยอดขายปลีกรถยนต์ทั้งหมดในปี 2025
ข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 จีนมีรถยนต์พลังงานใหม่จดทะเบียนรวมกันถึง 43.97 ล้านคัน ซึ่งเฉพาะในปี 2025 เพียงปีเดียว ก็มียอดขายสูงถึง 12.809 ล้านคัน หรือคิดเป็นเกือบ 30% ของรถยนต์พลังงานใหม่ทั้งหมดในประเทศ
ตัวเลขนี้เองจึงส่งผลให้รถที่เพิ่งจดทะเบียนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนสูงมาก และ "ดึงอายุเฉลี่ยของรถทั้งระบบให้ลดลงเหลือแค่ 1.8 ปี"
คนจีนเปลี่ยนรถใหม่เร็วขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม รายงานยังชี้ว่าผู้ใช้รถยนต์พลังงานใหม่มีแนวโน้ม "เปลี่ยนรถ" เร็วกว่าเจ้าของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยเช่นกัน โดยรอบการเปลี่ยนรถเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-5 ปี ซึ่งเร็วกว่าเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับรอบการเปลี่ยนรถโดยเฉลี่ยของกลุ่มรถเครื่องยนต์สันดาปภายในซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6-8 ปี
ปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ทั้งแบตเตอรี่ ชิป ระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ และระบบช่วยขับขี่ "ทำให้มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ถี่ขึ้น"
นอกจากนี้ "มูลค่าขายต่อ" ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ปรับตัวลดลง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับ "อายุแบตเตอรี่" และการสิ้นสุด "ระยะเวลารับประกัน" ก็อาจเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนรถเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน
หนังสือพิมพ์จีนระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานมาแล้ว 3 ปี จะมีมูลค่าเฉลี่ยเหลือเพียง 43.35% ของราคารถใหม่ ซึ่งต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน
รายงานยังระบุด้วยว่า ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี เป็นฐานลูกค้าหลักของรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV) และผู้บริโภคกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญอย่างมากกับระบบขับขี่อัจฉริยะและประสบการณ์การใช้งานด้านดิจิทัล
ข้อมูลจาก Dongchedi ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยานยนต์ของจีนพบว่า เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า 43% ที่เปลี่ยนรถต่างให้เหตุผลหลักๆ ว่า ต้องการอัปเกรดฟีเจอร์อัจฉริยะและประสบการณ์การใช้งานของรถยนต์
ที่มา: Bloomberg


