คึกคักเหมือนเดิมสำหรับงาน World Health Expo (WHX) Bangkok 2026 ที่มีผู้มาร่วมงานจากกว่า 35 ประเทศ แต่ที่แข็งขันแต่หัววันต้องยกให้ “โปแลนด์” สำนักงานการค้าการลงทุนและสถานเอกอัครราชทูตโปแลนด์ประจำประเทศไทย จัดงาน Polish MedTech Seminar ไปก่อนหน้าเมื่อวันที่ 7 ก.ค. เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีการแพทย์ของประเทศ
Norbert Bak หัวหน้าสำนักงานการค้าการลงทุนโปแลนด์ประจำกรุงเทพฯ เผยว่า งานสัมมนานี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระยะยาวในภาคการแพทย์ระหว่างโปแลนด์และไทย ในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา โปแลนด์มีการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ที่สำคัญ นำไปสู่นวัตกรรมมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาการแพทย์
อุตสาหกรรมการแพทย์ของโปแลนด์ประกอบด้วยบริษัท 5,000 แห่ง ผู้ผลิต 300 ราย และพนักงาน 30,000 คน 60% ของรายได้ภาคส่วนการแพทย์มาจากการส่งออก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลด้วยคุณภาพที่ดีและราคาที่แข่งขันได้ การส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของโปแลนด์เติบโตเกือบ 10% ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ทำให้โปแลนด์เป็นผู้ส่งออกที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกในภาคส่วนนี้
ผู้นำเข้าสำคัญอันดับต้นๆ ได้แก่ สหรัฐ เยอรมนี ออสเตรีย สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ประเทศเหล่านี้ขึ้นชื่อเรื่องความต้องการคุณภาพสูง ซึ่งได้รับการยืนยันด้วยการปฏิบัติตามมาตรฐานของสหภาพยุโรปอย่างครบถ้วน เป็นสัญลักษณ์ของความน่าเชื่อถือและการยอมรับระดับโลก
- ความร่วมมือโปแลนด์-ไทย
Bak กล่าวต่อไปว่า การร่วมงาน WHX มีจุดมุ่งหมายเพื่อต่อยอดการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่กำลังเติบโตระหว่างทั้งสองประเทศ คาดว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของโปแลนด์มายังประเทศไทยจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หากดูจากเทรนด์ในระยะหลัง ปี 2024 เติบโต 26% และปี 2025 เติบโต 34%
อย่างไรก็ตาม มีข้อน่าสังเกต แม้การส่งออกของไทยไปยังโปแลนด์ในปัจจุบันจะสูงขึ้น แต่ตัวเลขนี้ส่วนใหญ่เป็นผลจากการที่ Mercator Medical ซึ่งเป็นบริษัทในโปแลนด์ที่ผลิตถุงมือทางการแพทย์ในประเทศไทยและส่งออกไปทั่วโลก รวมถึงไปยังโปแลนด์ด้วย
สาขาอุตสาหกรรมการแพทย์โปแลนด์ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ได้แก่ หัวใจและระบบหลอดเลือด เบาหวาน เทคโนโลยีวินิจฉัยโรคด้วยภาพถ่าย เทเลเมดิซีน ผ้าพันแผลและอุปกรณ์ปลอดเชื้อ เลเซอร์และการปลูกถ่าย ระบบเก็บเลือดและพลาสมา อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ
- โอกาสทางธุรกิจ
ในฐานะที่ Bak อยู่ในประเทศไทยมาแปดปี เขามองโอกาสทางธุรกิจทางธุรกิจในประเทศไทยสำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์โปแลนด์ว่าเติบโตขึ้นทุกปี การค้าการส่งออกจากโปแลนด์มายังประเทศไทยเติบโตทุกขณะ บริษัทโปแลนด์ก็กำลังพยายามสำรวจตลาดไทยมากขึ้น
“ก่อนหน้านี้ไทยเป็นตลาดที่ค่อนข้างไกลจากโปแลนด์ จึงมีบริษัทเข้ามาไม่มากนัก แต่ตอนนี้อะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และอีกด้านหนึ่งเราเห็นผู้นำเข้าชาวไทยสนใจสินค้าโปแลนด์เพิ่มขึ้นเช่นกัน นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เราเห็น”
- 'สังคมสูงวัย'อุปกรณ์ฟื้นฟูมาแรง
ขณะนี้ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัย แถมเศรษฐกิจยังชะลอตัว แต่ Bak มองต่างว่า แทบทุกประเทศกลายเป็นสังคมสูงวัย อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพกำลังมาแรง
"เป็นอะไรที่เกินความคาดหมายมากครับ เราเห็นผู้นำเข้าชาวไทยและโรงพยาบาลไทยสนใจอุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพขั้นสูงที่มีคุณสมบัติเอไอและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างมาก ผมคุยกับประธาน อย.โปแลนด์เขาบอกว่านี่เป็นเทรนด์โลกที่โรงพยาบาลลงทุนทุ่มเงินไปกับระบบฟื้นฟูสมรรถภาพก้าวหน้ามากขึ้น ผู้คนต้องการกระฉับกระเฉงและสุขภาพดีแม้ว่าพวกเขาจะสูงวัยขึ้นใช่มั้ยครับ"
- ความท้าทายในการทำธุรกิจ
ในฐานะที่อยู่ประเทศไทยมานาน หัวหน้าสำนักงานการค้าการลงทุนโปแลนด์ประจำกรุงเทพฯ เผยถึงความท้าทายใหญ่สุดในการทำธุรกิจในประเทศไทย หนีไม่พ้นเรื่องของภาษีศุลกากร แต่ขณะนี้กำลังมีการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทย สุดท้ายแล้วภาษีจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เพียงแต่ตอนนี้ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น ภาษีจากอียูยังมีอยู่ ขณะที่ความท้าทายในฝั่งโปแลนด์ก็มีเช่นกัน กล่าวคือ ภาคธุรกิจไม่อยากมาสำรวจปลายทางไกลๆ อย่างไทยหรือภูมิภาคนี้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ในทัศนะของเขา ความท้าทายกำลังลดลงเรื่อยๆ
- จุดแข็งของโปแลนด์
"ไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนเครื่องมือแพทย์ หรือเซคเตอร์อื่นๆ ก็อย่างที่คุณพูดล่ะครับว่าคนไทยมักคิดถึงเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สวีเดนไม่ใช่โปแลนด์ แน่นอนครับในแง่ประวัติศาสตร์ โปแลนด์ใช้ระบบเศรษฐกิจเสรีมาราว 30-35 ปี ก่อนหน้านั้นคนยังรู้จักประเทศโปแลนด์และธุรกิจโปแลนด์ไม่มากนัก" Bak กล่าวและว่า ตอนนี้เมื่อเขาได้คุยกับคนไทยพบว่า เริ่มรู้จักโปแลนด์มากขึ้น ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของโปแลนด์เติบโตอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ควรประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ และต้องใช้เวลากว่าบริษัทไทยจะสะดวกใจกับผู้ผลิตโปแลนด์อย่างเต็มที่
"ผมคิดว่ามายด์เซ็ตสำคัญมาก เป็นเหมือนกับซอฟต์พาวเวอร์ บริษัทโปแลนด์ยินดีมาประเทศไทย พบกับผู้นำเข้าชาวไทย พวกเขาอดทน รู้ว่าวัฒนธรรมไทยแตกต่างจากโปแลนด์เล็กน้อย ดังนั้นพวกเขาจึงยินดีมาและอดทน รู้ดีว่าต้องใช้เวลา"
Bak สรุปว่า จุดแข็งของสินค้าโปแลนด์คือคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ เพราะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของอียู ส่วนสินค้าที่มาร่วมงาน WHX ทุกปีจะมีสินค้าใหม่มาแสดงเสมอ
“อย่างอุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อก่อนไม่มีความล้ำสมัยเลย แต่ตอนนี้มีฟีเจอร์ล้ำๆ มากมาย บริษัทที่มาออกงานหลายแห่งมีประวัติยาวนาน ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มี” Bak ตั้งข้อสังเกตว่า งาน WHX ช่วงหลายปีหลังมีตัวเลขการทำธุรกรรมที่น่าสนใจและความร่วมมือที่ดีระหว่างไทยกับโปแลนด์ ถือเป็นสถานการณ์ที่ “วิน-วิน” กันทั้งสองฝ่าย
- โปแลนด์-ไทย ยกระดับกำกับดูแล ‘เทคโนโลยีการแพทย์-เอไอ’ สู่มาตรฐานสากล
แขกพิเศษของงานสัมมนาครั้งนี้คือ Grzegorz Cessak ประธานสำนักงานทะเบียนผลิตภัณฑ์ยา เวชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (ยูอาร์พีแอล) ที่เปรียบได้กับสำนักงานอาหารและยา (อย.) ของไทย ผู้มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก กล่าวว่า จุดประสงค์หลักของการเยือนประเทศไทยครั้งนี้คือภาคส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประเทศโปแลนด์มีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่แข็งแกร่งและสร้างสรรค์บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงมีบทบาทมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ ดังนั้นการพูดคุยระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล อุตสาหกรรม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในด้านการดูแลสุขภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับประกันว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะเข้าถึงผู้ป่วยได้ พร้อมๆ กับการรักษามาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพ
“มิติด้านกฎระเบียบมักไม่ค่อยปรากฏให้เห็นชัดเจนเท่ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่กลับเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของระบบการดูแลสุขภาพสมัยใหม่ กฎระเบียบที่มีประสิทธิภาพช่วยให้มั่นใจได้ว่ายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผู้ป่วยได้รับนั้นปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพสูง” ประธาน อย.โปแลนด์กล่าว
นอกจากนี้ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับนวัตกรรม สนับสนุนความเชื่อมั่นของประชาชน และอำนวยความสะดวกในการร่วมมือและการค้าระหว่างประเทศ สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และหน่วยงานกำกับดูแลต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีด้านสุขภาพดิจิทัลและโซลูชันที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)
ภารกิจสำคัญอันหนึ่งในการเยือนประเทศไทยคือการหารือเรื่องบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่าง อย.และยูอาร์พีแอล ที่ไม่ใช่แค่ข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่ยังเป็นกรอบการทำงานสำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลสองแห่งที่มีวัตถุประสงค์พื้นฐานเดียวกัน นั่นคือ การปกป้องสุขภาพของประชาชน และสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยา อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพอื่นๆ ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ


