ทางการไต้หวันเข้าตรวจค้นบริษัท Super Micro และบริษัทในเครือในข้อหาลักลอบส่งออกชิป AI ของ Nvidia ไปยังประเทศจีน
KEY POINTS
- ทางการไต้หวันเข้าตรวจค้นบริษัท Super Micro และบริษัทในเครือในข้อหาลักลอบส่งออกชิป AI ของ Nvidia ไปยังประเทศจีน
- ขบวนการลักลอบใช้เซิร์ฟเวอร์เป็นช่องทางอำพรางและใช้ญี่ปุ่นเป็นทางผ่านเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
- ข่าวการตรวจค้นส่งผลกระทบต่อตลาดทุน ทำให้ราคาหุ้นของ Super Micro และบริษัทที่เกี่ยวข้องร่วงลงทันที
- เหตุการณ์นี้ทำให้ไต้หวันพิจารณาปรับปรุงกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีให้เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันการรั่วไหล
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า สำนักงานอัยการเขตจีหลง เข้าตรวจค้นสำนักงานของ Super Micro Computer Inc. และบริษัทในเครือหลายแห่งในไต้หวัน เพื่อสอบสวนกรณีการลักลอบส่งชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Nvidia Corp. ไปยังประเทศจีนโดยใช้เซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเป็นช่องทางอำพราง
การปฏิบัติการครั้งนี้ครอบคลุมการตรวจค้นสถานที่ของบริษัทในเครือ 3 แห่ง และที่พักอาศัยของบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 6 ราย ซึ่งถือเป็นการปราบปรามการรั่วไหลของชิป AI อย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกของไต้หวัน หลังจากได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐ มาอย่างต่อเนื่องเพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีของจีน
ราคาหุ้นของ Super Micro ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงทันที 8% ขณะที่บริษัทพันธมิตรในไต้หวันอย่าง Albatron Technology Co. ซึ่งถูกเข้าตรวจค้นเช่นกัน พบว่าราคาหุ้นดิ่งลงถึง 10% และ Chief Telecom Inc. ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่ถูกตรวจสอบในคดีเดียวกัน มีราคาหุ้นตกลงกว่า 2% แม้ทั้งสองบริษัทจะแถลงว่าการดำเนินงานยังคงเป็นปกติและพร้อมให้ความร่วมมือกับทางพนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่ก็ตาม
ด้าน Super Micro ยืนยันว่าบริษัทมุ่งมั่นในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะถูกกระจายไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ขบวนการลักลอบนี้มีวิธีการที่ซับซ้อน โดยใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นทางผ่านในการขนส่งเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งชิป AI ราคาสูงของ Nvidia เพื่อลวงเจ้าหน้าที่และอำพรางปลายทางที่แท้จริงซึ่งคือประเทศจีน
ก่อนหน้านี้ในเดือนพ.ค. เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการส่งออกเซิร์ฟเวอร์ประมาณ 50 เครื่องได้ทันท่วงทีก่อนออกจากไต้หวัน และมีการตั้งข้อหาบุคคลที่เกี่ยวข้องในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก
ปัจจุบันไต้หวันกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านข้อกฎหมาย เนื่องจากยังไม่มีบทบัญญัติที่ระบุว่าการส่งออกชิป AI ไปยังจีนเป็นความผิดทางอาญาโดยตรง ทำให้พนักงานอัยการต้องใช้กฎหมายท้องถิ่นอื่นๆ ในการดำเนินคดีแทน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไต้หวันกำลังพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกให้เข้มงวดเทียบเท่ามาตรฐานของสหรัฐเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีสำคัญถูกนำไปใช้เสริมสร้างศักยภาพทางทหารของจีน ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค
อ้างอิง: Bloomberg





