แบงก์ใหญ่ 'มอร์แกน สแตนลีย์' หั่นคาดการณ์น้ำมันรอบสอง หลังประเมินสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซฟื้นเร็วกว่าคาด เชื่อไตรมาส 3 จะเห็นราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลงเหลืออีก 15 ดอลลาร์ เหลือ 75 ดอลลาร์/บาร์เรล ตลาดจะเริ่มกลับมากังวลอุปทานส่วนเกิน
มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันลงเป็น "ครั้งที่สอง"ภายในเวลาราว 2 สัปดาห์ โดยระบุว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ จะส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกกลับเข้าสู่ภาวะ "อุปทานส่วนเกิน" และทำให้ธนาคารต้องปรับลดประมาณการราคาน้ำมันลงแรงตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้
ทีมนักวิเคราะห์ที่นำโดยมาร์ไทน์ รัตส์ ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เฉลี่ยอยู่ที่ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จากเดิมซึ่งให้ไว้ที่เฉลี่ย 90 ดอลลาร์ และ 80 ดอลลาร์ตามลำดับ นอกจากนี้ยังปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมัน ณ สิ้นปี 2027 ลงเหลือ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์ระบุว่า "ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้" พร้อมชี้ว่า หลังการปรับประมาณการครั้งแรกในช่วงกลางเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อความสนใจของตลาดเริ่มหันไปมองแนวโน้มปี 2027 ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดน้ำมันก็กลับมาเป็นความกังวลเรื่อง "อุปทานส่วนเกิน" อีกครั้ง
การที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้บางส่วน ภายหลังมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลงไปมากถึงราว 30% ในไตรมาสนี้ นับเป็นการปรับตัวลงรายไตรมาสที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 หลังจากก่อนหน้านี้เคยพุ่งขึ้นเหนือ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงที่สงครามทวีความตึงเครียด ก่อนจะลบช่วงบวกที่เกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้งออกไปเกือบทั้งหมด โดยในวันอังคารนี้ (30 มิ.ย.) ราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์งวดส่งมอบเดือนก.ย. อยู่ที่ 73.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่าแม้ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์จะกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังเรือ 2 ลำถูกโจมตีจนทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบชะลอลงชั่วคราว แต่ขณะนี้มีสัญญาณชัดเจนมากขึ้นว่า เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันและลูกเรือมีความพร้อมที่จะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป สะท้อนว่าตลาดโลกกำลังทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และช่วยปลดล็อกอุปทานน้ำมันดิบจากภูมิภาคได้หลายล้านบาร์เรลต่อวัน
ข้อมูลของธนาคารระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รวม 35 ลำ เดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ปริมาณเรือขาออกกลับมาอยู่ในระดับปกติก่อนเกิดสงครามที่ 30-40 ลำต่อวัน
มอร์แกน สแตนลีย์ ยังระบุด้วยว่า "หากต้องการให้ตลาดน้ำมันโลกกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลภายในปี 2027 เพียงแค่ปริมาณการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นกลับมาได้ที่ประมาณ 65% ของระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง หรือราว 11-12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกินแล้ว"





