วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

จีนทุ่มลงทุนใหญ่ 2 ล้านล้านหยวน ลุยโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วประเทศ

จีนทุ่มลงทุนใหญ่ 2 ล้านล้านหยวน ลุยโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วประเทศ

จีนเตรียมแผนลงทุนใหญ่ 10 ล้านล้านบาท ลุยสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ ปูพรมระบบนิเวศ AI เต็มรูปแบบ เดิมพัน AI เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจแห่งอนาคต

ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) กันอย่างดุเดือดโดยเฉพาะด้านชิปเซมิคอนดักเตอร์ ล่าสุด "จีน" ยังเดินหน้าลุยต่อด้วยแผนการปูพรมลงทุนใหญ่ระดับ 2 ล้านล้านหยวน (เกือบ 10 ล้านล้านบาท) เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ

แผนการเดินหน้าลงทุนด้าน AI อย่างเต็มระบบนิเวศครั้งนี้ จะเป็นการทยอยสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทั่วจีนตลอดช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันอุตสาหกรรม AI ภายในประเทศ และเพื่อก้าวขึ้นแซงหน้า "สหรัฐ" ในเทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลกในอนาคต

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า หน่วยงานรัฐบาลสำคัญของจีนซึ่งรวมถึงคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) กำลังจัดทำ "แผนแม่บท" เพื่อสร้างเครือข่ายศูนย์ประมวลผลที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วประเทศ

ถอดแผนเก่าที่ปั้นหัวเว่ยสู้อเมริกา

ภายใต้แผนการนี้ บริษัทของรัฐอย่าง China Mobile และ China Telecom จะเป็นผู้ดำเนินการดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่และรับผิดชอบการเชื่อมต่อเครือข่าย และปักกิ่งยังมีเป้าหมายใช้เทคโนโลยีจากผู้ผลิตในประเทศเอง เช่น Huawei ให้มีสัดส่วนอย่างน้อย 80% ของอุปกรณ์สำคัญๆ รวมถึง "ชิป AI" ซึ่งจะทำให้บทบาทของผู้นำด้านชิปอย่าง Nvidia และ AMD ลดลงอย่างมากในตลาดจีน

บลูมเบิร์กระบุว่า แผนดังกล่าวถือเป็นความพยายามที่จริงจังที่สุดของปักกิ่งในการวางรากฐานสำหรับการพัฒนา AI ของจีนในอนาคต และยังคล้ายกับ "นโยบายในอดีต" ที่จีนเคยระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนบริษัทระดับชาติอย่าง "Huawei" เพื่อให้ทดแทนเทคโนโลยีจากสหรัฐได้

แผนการนี้ยังนับเป็นหนึ่งในเสาหลักของโครงการ "Six Networks" ที่จีนประกาศเมื่อต้นปี 2026 นี้ ซึ่งครอบคลุมการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ ตั้งแต่ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง

ภายหลังมีรายงานข่าวนี้ออกมา หุ้นของบริษัท GDS Holdings ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ของจีนพุ่งขึ้นสูงสุด 12% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดสหรัฐ ขณะที่หุ้นของ Vnet Group ปรับตัวขึ้น 17%

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าแผนดังกล่าวยังอยู่ในช่วงการหารือเบื้องต้น และรายละเอียดต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แม้ปักกิ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาระ "หนี้สาธารณะ" ที่เพิ่มขึ้น แต่แผนการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันเทคโนโลยีขั้นสูงที่จีนต้องยอมลงทุน โดยเงินทุนส่วนใหญ่จะมาจากการออกพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงพันธบัตรอายุยาวพิเศษ (Ultra-long Special Government Bonds) ซึ่งโดยทั่วไปมีอายุมากกว่า 10 ปี รวมถึงมาจากกองทุนภาครัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ โดยจะมีเงินกู้จากธนาคารและเงินทุนภาคเอกชนเข้ามาเสริมเพิ่มเติมด้วย

ชาร์ลี ได นักวิเคราะห์หลักจากบริษัทฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช กล่าวว่า เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระดับชาติจะช่วยรวมทรัพยากรด้านการประมวลผลที่ปัจจุบันกระจัดกระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาคเข้ามารวมกัน และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าถึงกำลังประมวลผลประสิทธิภาพสูงได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยเร่งการพัฒนาโมเดล AI ตลอดจนขยายการใช้งาน AI Agent และ AI ทางกายภาพ ในอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย

แนวคิดการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระดับชาติ ถูกบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีฉบับล่าสุดของจีน (แผนฯ ฉบับที่ 15) ซึ่งครอบคลุมถึงปี 2030 โดยรัฐบาลให้คำมั่นว่าจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล

แม้ตัวเลขลงทุน 2 ล้านล้านหยวน หรือเกือบ 10 ล้านล้านบาท จะเป็นเม็ดเงินมหาศาล แต่ก็ยังต่ำกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับเม็ดเงินลงทุนรวมราว 725,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 23.8 ล้านล้านบาท) ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ฝั่งสหรัฐ เช่น Meta Platforms และ Microsoft เตรียมลงทุนใน AI เฉพาะปีนี้เพียงปีเดียว

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการก่อสร้างและดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ในจีนต่ำกว่าสหรัฐ เนื่องจากค่าแรง วัสดุ และต้นทุนก่อสร้างที่ต่ำกว่า รวมถึงได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น และตัวเลข 2 ล้านล้านหยวนยังไม่รวมการลงทุนจากภาคเอกชน เช่น Alibaba Group และ Tencent Holdings

ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ระดับชาติจะทำงานร่วมกับดาต้าเซ็นเตอร์ของภาคเอกชนอย่างไร แต่เป้าหมายในภาพรวมคือ การเชื่อมศูนย์ข้อมูลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศให้เป็นเครือข่ายเดียวภายในปี 2028 ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการนำ AI ไปใช้งานในภาครัฐมากขึ้น ทั้งด้านสาธารณสุข การคมนาคม และการบริหารจัดการเมือง

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารความเร็วสูงแล้ว จีนยังมีแผนบูรณาการ "โครงข่ายไฟฟ้า" เข้ากับโครงการดังกล่าวด้วย ซึ่งอาจทำให้มูลค่าการลงทุนรวมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 5 ล้านล้านหยวน (กว่า 24 ล้านล้านบาท)

หากโครงการเดินหน้าตามแผน บริษัทจีนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก

แม้รัฐบาลสหรัฐจะอนุญาตให้ Nvidia กลับมาจำหน่ายชิป AI รุ่น H200 ให้ลูกค้าในจีนได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของจีน แต่ชิปดังกล่าวยังล้าหลังกว่าชิปรุ่นล่าสุดอย่าง Blackwell อยู่ประมาณหนึ่งรุ่น และจนถึงขณะนี้ การส่งมอบชิปดังกล่าวยังไม่เริ่มต้นขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า "จีนเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นในการใช้ฮาร์ดแวร์ที่ผลิตภายในประเทศ" ทดแทนชิป AI จากต่างประเทศ

ในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ชิป AI ที่พัฒนาภายในจีน 9 ประเภท จากบริษัทต่างๆ รวมถึง Huawei, Alibaba, Shanghai Biren Technology และ Moore Threads Technology ได้ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลของจีน เปิดทางให้สามารถนำไปใช้งานในภาคส่วนที่มีข้อกำหนดด้านความมั่นคงสูงได้มากขึ้น ในขณะที่ภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมการเงิน การผลิต สาธารณสุข และโลจิสติกส์ จะสามารถเข้าถึงกำลังประมวลผล AI ที่มีต้นทุนต่ำลงและยืดหยุ่นมากขึ้น
 

ที่มา: Bloomberg