วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

ศาล ‘ล้ม’ ค่าวีซ่า H-1B 3 ล้านบาท ชี้ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต

ศาล ‘ล้ม’ ค่าวีซ่า H-1B 3 ล้านบาท ชี้ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐสั่งให้ ‘ยกเลิก’ ขึ้นค่าวีซ่า H-1B เป็น 3 ล้านบาท ชี้ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ได้รับอำนาจจากสภา คำสั่งยกเลิกนี้ส่งผลบวกต่อบริษัทเทคฯที่พึ่งพาแรงงานต่างชาติทักษะสูง ขณะที่ทำเนียบขาวไม่ยอมตาม จ่อยื่นอุทธรณ์ต่อ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำสั่ง “ยกเลิก” มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขอ “วีซ่า H-1B” มูลค่า 100,000 ดอลลาร์ หรือ “ราว 3.2 ล้านบาท” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามไว้ก่อนหน้านี้ นับเป็นชัยชนะสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีและองค์กรต่าง ๆ ที่พึ่งพาแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ

ผู้พิพากษาลีโอ ที. โซโรกิน แห่งศาลแขวงสหรัฐประจำรัฐแมสซาชูเซตส์ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันจันทร์ว่า คำสั่งของทรัมป์ที่ เพิ่มค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B อย่างก้าวกระโดดนั้น ถือเป็นการจัดเก็บภาษี โดย “ไม่มีอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐสภา” จึงขัดต่อกฎหมายและต้องถูกเพิกถอน

“ศาลเห็นว่านโยบายดังกล่าวเป็นการเรียกเก็บภาษีจากคำร้องขอวีซ่า H-1B โดยไม่ได้รับการมอบอำนาจที่จำเป็นจากรัฐสภา” โซโรกินระบุในคำพิพากษา

คดีดังกล่าว เกิดจากการที่รัฐแคลิฟอร์เนียร่วมกับอีก 19 รัฐ ยื่นฟ้องรัฐบาลกลางเพื่อขัดขวางมาตรการดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ประธานาธิบดีผู้นี้ “ใช้อำนาจเกินขอบเขต” ที่กฎหมายกำหนด และค่าธรรมเนียมระดับสูงเช่นนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคส่วนสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งพึ่งพาแรงงานต่างชาติที่มีทักษะเฉพาะทางจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว และประกาศว่าจะ “ยื่นอุทธรณ์” ต่อศาลสูงต่อ

เทย์เลอร์ โรเจอร์ส โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า ประธานาธิบดีมีอำนาจทางกฎหมายอย่างชัดเจนในการจำกัดการเข้าประเทศของกลุ่มชาวต่างชาติที่เห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ พร้อมยืนยันว่า โครงการวีซ่า H-1B ถูกใช้ในทางที่ผิดมานานหลายทศวรรษ และทรัมป์เป็นผู้นำที่ลงมือแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง

รัฐบาลยังอ้างว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ใช่ “ภาษี” เนื่องจากไม่ได้ถูกจัดเก็บโดยกรมสรรพากรสหรัฐ และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ให้รัฐ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามปฏิรูประบบวีซ่าแรงงานทักษะสูง

สำหรับ โครงการวีซ่า H-1B ถือเป็นใบเปิดทางให้บริษัทต่าง ๆ สามารถจ้างแรงงานต่างชาติที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเข้ามาทำงานในตำแหน่งเฉพาะทาง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้แรงงานผ่านวีซ่าประเภทนี้มากที่สุด ได้แก่ Amazon, Tata Consultancy Services, Microsoft, Meta และ Apple

ทรัมป์ได้ลงนามประกาศเพิ่มค่าธรรมเนียมดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าต้องการลดการใช้โครงการ H-1B ในลักษณะที่ทำให้แรงงานอเมริกันเสียโอกาสในการจ้างงาน และถูกแย่งงานโดยแรงงานต่างชาติที่จบใหม่

อ้างอิง: bloomberg