วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ประธานบริษัท' ก็ถูกไล่ออกได้ ยักษ์น้ำมัน BP สั่งปลดฐานมีพฤติกรรม 'บูลลี่'

'ประธานบริษัท' ก็ถูกไล่ออกได้ ยักษ์น้ำมัน BP สั่งปลดฐานมีพฤติกรรม 'บูลลี่'

'บีพี' สั่งปลดประธานบอร์ด หลังถูกกล่าวหามีพฤติกรรมคุกคามพนักงานตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับสูง ฉุดหุ้นร่วงหนักกว่า 4% แค่ 3 ปี บริษัทมี 'ซีอีโอ-ประธาน' ไปแล้ว 6 คน

วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า "บีพี" (BP) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของโลก ได้ปลด "อัลเบิร์ต แมนิโฟลด์" ออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทแล้ว หลังคณะกรรมการได้รับข้อมูลว่า เขามีพฤติกรรม "ใช้วาจาคุกคาม และกลั่นแกล้งพนักงาน" รวมถึงจัดการข้อมูลภายในบริษัทอย่างไม่เหมาะสม

บริษัทพลังงานจากลอนดอนรายนี้ระบุเมื่อวันอังคารว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า

"แมนิโฟลด์ไม่ควรดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอีกต่อไป และเขาจะพ้นจากตำแหน่งในทันที"

อแมนดา บลองก์ กรรมการอิสระอาวุโสของบริษัท กล่าวว่า “คณะกรรมการรู้สึกประหลาดใจ และผิดหวังที่พบปัญหาเกี่ยวกับการกำกับดูแล และพฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้ และได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดแล้ว”

แหล่งข่าวระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมคุกคามของแมนิโฟลด์นั้น เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อทั้งพนักงานระดับล่าง และผู้บริหารระดับสูง นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเชื่อว่าเขาเปิดเผย "ข้อมูลวงใน" แก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิรับรู้ และปิดบังข้อมูลบางส่วนจากคณะกรรมการบริษัท

'ประธานบริษัท' ก็ถูกไล่ออกได้ ยักษ์น้ำมัน BP สั่งปลดฐานมีพฤติกรรม 'บูลลี่'

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังไม่ได้ตอบรับการขอความเห็นจากสื่อแต่อย่างใด

ข่าวนี้ทำให้ราคาหุ้น BP ร่วงลงถึงกว่า 4% ในการซื้อขายที่ตลาดลอนดอนเมื่อวันอังคาร โดยการพ้นจากตำแหน่งอย่างกะทันหันของแมนิโฟลด์ ยิ่งซ้ำเติม "ความปั่นป่วนด้านผู้นำองค์กร" ที่เกิดขึ้นกับ BP ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทพลังงานรายใหญ่แห่งนี้ 

ภายในเวลาเพียงแค่ 3 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2023 บริษัทมีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มาแล้วถึง 3 คน และตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทอีก 3 คน 

นอกจากสองตำแหน่งสูงสุดดังกล่าวแล้ว ผู้บริหาร และกรรมการอีกหลายรายก็ทยอยลาออกเช่นกัน ในช่วงที่บริษัทกำลังดำเนินปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่กลับมาหาพลังงานฟอสซิลเพิ่มการผลิตน้ำมัน และก๊าซ หลังจากก่อนหน้านี้หันไปลงทุนพลังงานหมุนเวียนในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

BP เพิ่งแต่งตั้งแมนิโฟลด์เป็นประธานกรรมการเมื่อเดือนก.ค. ปีที่แล้ว โดยเลือกผู้บริหารนอกอุตสาหกรรมพลังงานเข้ามาดูแลยุทธศาสตร์ใหม่ของบริษัท ก่อนหน้านี้เขาเคยดำรงตำแหน่งซีอีโอของ CRH บริษัทวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของโลกจากประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งเขาเป็นผู้นำการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจของบริษัท

การแต่งตั้งแมนิโฟลด์มีเป้าหมายเพื่อให้ BP ตัดขาดจากทีมบริหารชุดเดิม ที่เคยผลักดันยุทธศาสตร์พลังงานสีเขียวซึ่งปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว โดยหลังจากเขาเข้ารับตำแหน่ง มีผู้บริหาร และกรรมการหลายรายทยอยลาออก

ก่อนเกิดกรณีล่าสุด หุ้น BP เพิ่งได้แรงหนุนจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่าน และให้ผลตอบแทนดีกว่าบริษัทน้ำมันรายใหญ่อื่นๆ โดยบริษัทถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ เพราะมีการผลิตในอ่าวเปอร์เซียน้อยกว่าคู่แข่งอย่าง Shell และ Exxon ทำให้ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาคน้อยกว่า และล่าสุด BP รายงานกำไรไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นเท่าตัว และราคาหุ้นยังปรับขึ้นราว 20% แม้จะนับรวมการร่วงลงในวันอังคารไปแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังกลับเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความปั่นป่วนอีกครั้ง

นักวิเคราะห์จากธนาคารบาร์เคลย์ส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า “เอาอีกแล้ว” พร้อมตั้งคำถามอย่างจริงจังต่อกระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท และมองว่าเหตุการณ์นี้ “ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งความผิดพลาดในการแต่งตั้งผู้บริหาร”

การปลดแมนิโฟลด์ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงด้านบริหารแบบฉับพลันครั้งล่าสุดของ BP หลังจากเบอร์นาร์ด ลูนีย์ อดีตซีอีโอลาออกเมื่อเดือนก.ย.2023 จากกรณีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเพื่อนร่วมงานในอดีต โดยบริษัทระบุในขณะนั้นว่าลูนีย์ “ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสครบถ้วน”

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์