วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ผู้บริหารการเงินโลกประชุมไอเอ็มเอฟ-ธ.โลก ประเมินศก.เสียหายจากสงคราม

บรรดาผู้บริหารการเงินจากทุกประเทศทั่วโลก จะประชุมร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ที่วอชิงตัน วันที่ 13-18 เม.ย.นี้ เพื่อประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกกลาง และประเทศอื่นๆ เพราะผลพวงการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอล

KEY POINTS

  • การประชุมไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกมุ่งเน้นการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง
  • ไอเอ็มเอฟเตือนว่าสงครามก่อให้เกิดวิกฤตอุปทานทั่วโลก ส่งผลให้พลังงานขาดแคลน ราคาพุ่งสูง และกดดันเงินเฟ้อกับการเติบโต
  • ไอเอ็มเอฟเตรียมปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก และปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจากผลกระทบของสงคราม
  • กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟเสนอให้ทุกประเทศดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดเพื่อรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

การประชุมครั้งนี้ของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก เหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากปีที่แล้ว การประชุมนี้ ถูกครอบงำจากมาตรการลงโทษด้านภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศใช้กับประเทศที่สหรัฐคิดว่าทำการค้าไม่เป็นธรรม

การประชุมปีนี้ ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สัญญาณเล็กๆ น้อยๆ เพื่อคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น  เมื่อสหรัฐและอิหร่านล้มเหลวที่จะบรรลุข้อตกลงร่วมกันหลังหารือร่วมกันนาน 21 ชั่วโมงช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่กรุงอิสลามาบัด

โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนการหยุดยิงสองสัปดาห์ให้เป็นสันติภาพที่ยั่งยืน และรัฐบาลประเทศต่างๆ รวมทั้ง บรรดาธนาคารกลางประเทศต่างๆสามารถให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุดโดยไม่สร้างปัญหาใหม่ๆเพิ่ม
 

ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น บรรดารัฐมนตรีคลังและนายธนาคารกลางจากทั่วโลก รวมทั้ง คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ เตือนให้ประชาคมโลกเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือและบรรเทาผลกระทบ จากวิกฤติสงครามในตะวันออกกลาง

พร้อมระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญภาวะวิกฤติด้านอุปทานจากสงคราม ทำให้พลังงานขาดแคลน ราคาพุ่ง และกดดันเงินเฟ้อกับการเติบโต ประเทศต่างๆ ต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง และช่วยเหลือกลุ่มประเทศเปราะบาง
 

กอร์เกียวา เสนอว่า ทุกประเทศควรรัดเข็มขัดเพื่อรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ก่อนที่ไอเอ็มเอฟจะเผยแพร่รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกฉบับใหม่ พร้อมกับรายงานเสถียรภาพทางการเงินโลก ในวันอังคาร(13เม.ย.)ซึ่งไอเอ็มเอฟเตรียมปรับลดตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจลง และปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ  

เมื่อเดือนม.ค. ผลผลิตโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3% ในปีนี้ โดยในสหรัฐ ผลผลิตเพิ่มขึ้น 2.1% ในยุโรป เพิ่มขึ้น 1.4% และในตลาดเกิดใหม่ทั่วเอเชียเพิ่มขึ้น 5.4% จากนั้นในช่วงปลายเดือนก.พ. การโจมตีอิหร่านของสหรัฐก็เริ่มเปิดฉาก

"การหยุดยิงจะช่วยขจัดความเสี่ยงภาวะขาลงทางเศรษฐกิจได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริง เราอยากเห็นภาพการเคลื่อนไหวของกิจกรรมทางธุรกิจในช่องแคบฮอร์มุซดำเนินไปตามปกติอีกครั้ง ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าวเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบอีกครั้งหนึ่ง"เอวา แมนเดย์ นักวางกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จากไอเอ็นจี ให้ความเห็น