ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปแสดงความไม่พอใจอย่างมาก หลัง“ปูติน”ประกาศชัดเจนรัสเซียไม่ส่งก๊าซให้ประเทศลูกค้าที่ “ไม่เป็นมิตร”หากไม่จ่ายเป็นเงินสกุลรูเบิล
การกล่าวย้ำอีกครั้งของปธน.ปูตินในวันพฤหัสบดี(31มี.ค.) ทำให้หลายชาติในยุโรปเตรียมรับมือภาวะขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าสหรัฐให้คำมั่นที่จะเพิ่มการส่งออกก๊าซมายังยุโรป แต่คาดว่าจะไม่สามารถทดแทนก๊าซจากรัสเซียได้เต็มจำนวน
เริ่มจากโรเบิร์ต ฮาเบค รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี บอกว่า รัสเซียต้องเคารพต่อสัญญาที่ทำไว้ และเยอรมนีจะไม่ยอมให้รัสเซียแบล็คเมล์ เช่นเดียวกับ โอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี บอกว่าบริษัทต่างๆยังคงต้องการที่จะจ่ายค่าก๊าซเป็นยูโร
ส่วนคริสเตียน ลินด์เนอร์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี บอกว่า สัญญาต้องเป็นสัญญา เยอรมนียังคงจ่ายค่าพลังงานที่นำเข้าเป็นยูโร เพราะสัญญาระบุให้จ่ายเป็นยูโร แต่เป็นที่ชัดเจนว่าจะต้องไม่มีการแบล็คเมล์ทางการเมืองเกิดขึ้น
เช่นเดียวกับ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่บอกว่า อังกฤษจะไม่จ่ายเงินค่าก๊าซให้รัสเซียเป็นรูเบิลอย่างแน่นอน
ด้านปธน.ปูตินได้ลงนามในกฤษฎีกาที่ระบุว่า ต่างชาติที่ซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียจะต้องชำระเงินเป็นสกุลรูเบิลเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. และสัญญาการซื้อก๊าซจะถูกระงับ หากผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว
“ในการซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ผู้ซื้อจะต้องเปิดบัญชีสกุลรูเบิลกับธนาคารของรัสเซีย และผู้ซื้อก๊าซจะต้องชำระเงินค่าก๊าซผ่านบัญชีดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ซึ่งหากไม่มีการชำระเงินในรูปแบบนี้ เราจะถือว่าผู้ซื้อเป็นฝ่ายทำผิดสัญญา และจะต้องรับผลที่ตามมา ไม่มีใครขายอะไรให้เราโดยฟรีๆ และเราก็ไม่ได้ทำเพื่อการกุศลเช่นกัน” ปธน.ปูตินกล่าว
ส่วนประเทศที่ถูกระบุในรายชื่อ “ไม่เป็นมิตร” ของรัสเซีย คือกลุ่มประเทศที่คว่ำบาตรรัสเซีย หลังจากที่รัสเซียปฏิบัติการพิเศษทางทหารต่อยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ประกอบด้วย สหรัฐ, แคนาดา, สหภาพยุโรป, สหราชอาณาจักร รวมทั้งดินแดนในอาณัติ ได้แก่ เจอร์ซีย์, แองกวิลลา, หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน และยิบรอลตา , ยูเครน, มอนเตเนโกร, สวิตเซอร์แลนด์, อัลเบเนีย, อันดอร์รา, ไอซ์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, โมนาโก, นอร์เวย์, ซาน มาริโน, นอร์ท มาซิโดเนีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, ไมโครนีเซีย, นิวซีแลนด์, สิงคโปร์ และไต้หวัน



