ครัวเรือนทั่วประเทศศรีลังกากำลังรับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปี ที่ดันให้สินค้าจำเป็นราคาสูงจนขาดแคลนไปเสียทุกอย่างตั้งแต่อาหารไปจนถึงน้ำมัน
ธุสิตา หะดารากามา ยืนอยู่ที่ร้านหัวมุมใกล้บ้านในเมืองมินูวันโกดา มองหาของชำไปให้ครอบครัว 5 คน ในจำนวนนี้มีลูกวัยเรียน 2 คน ทั้งหมดอยู่ได้ด้วยเงินเดือนๆ ละ 50,000 รูปี (5,818 บาท) ของเขา
“ของขึ้นราคาอีกแล้ว ผมคงซื้อได้ไม่มาก เรากินได้แค่ครึ่งหนึ่งจากที่เคยกิน”คนขับรถวัย 43 ปีผู้ทำงานในโคลอมโบ เมืองหลวงเศรษฐกิจของประเทศซึ่งห่างจากบ้านไป 40 กิโลเมตรโอดครวญ
การเงินที่อ่อนแอของรัฐบาลชุดก่อนๆ การลดภาษีในเวลาไม่เหมาะสม และการระบาดของโควิด-19 ทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการส่งเงินกลับประเทศ สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเศรษฐกิจศรีลังกา นับถึงเดือน ก.พ.ประเทศเหลือทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพียงราว 2.31 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น แต่เวลาที่เหลือไปจนถึงสิ้นปีศรีลังกาต้องใช้หนี้ราว 4 พันล้านดอลลาร์
ธนนาถ เฟอร์นันโด ประธานคณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสถาบันแอดโวคาตา กลุ่มคลังสมองในโคลอมโบกล่าวว่า เหตุผลของความขาดแคลนไม่ใช่ขาดสินค้าโภคภัณฑ์ใด ๆ แต่เป็นการขาดดอลลาร์
หลังจากขัดขืนมาหลายเดือน สัปดาห์ก่อนรัฐบาลศรีลังกากล่าวว่า จะเริ่มเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หาหนทางออกจากวิกฤติ
ประเทศที่มีประชากร 22 ล้านคนแห่งนี้ยังพยายามหาความช่วยเหลือจากอินเดียและจีนด้วย แต่สำหรับคนศรีลังกาธรรมดาสามัญ กิจวัตรประจำวันกลายเป็นบททดสอบ ในการเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ หะดารากามาต้องต่อแถวยาว กว่าจะซื้อน้ำมันได้สักลิตรต้องจ่ายเพิ่มถึงสองเท่าเทียบกับเมื่อสามเดือนก่อน
ส่วนที่บ้าน วารุณี ภรรยาต้องตัดปริมาณอาหารทำกินในครอบครัวที่ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูกชายวัยรุ่นสองคน ลูกสาวอีกหนึ่งคน
“เมื่อก่อนฉันเคยทำมันฝรั่งสามลูก ตอนนี้ทำได้แค่สองลูกเท่านั้น” แม่บ้านศรีลังกากล่าว





