ราคาน้ำมันดิบยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สัญญาล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดวันอังคาร(1มี.ค.) พุ่งขึ้น 7.69 ดอลลาร์ เพราะนักลงทุนกังวลว่าการที่สหรัฐและชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานไปสู่ตลาด
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันไม่ได้รับผลกระทบจากการที่สำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) มีมติระบายน้ำมันจำนวน 60 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรองเพื่อสกัดราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในตลาด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ พุ่งขึ้น 7.69 ดอลลาร์ ปิดที่ 103.41 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 7.00 ดอลลาร์ ปิดที่ 104.97 ดอลลาร์/บาร์เรล
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสและน้ำมันดิบเบรนท์เคยทะยานขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2557
ทั้งนี้ แคนาดาประกาศระงับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ส่วนสหรัฐและชาติตะวันตกประกาศตัดธนาคารรัสเซียบางแห่งออกจากระบบ SWIFT ขณะที่สหรัฐประกาศอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซียในสหรัฐ และห้ามชาวอเมริกันทำธุรกรรมกับธนาคารกลางรัสเซีย
ขณะที่บริษัท Nord Stream 2 AG ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ที่สามารถจัดส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนี เตรียมยื่นล้มละลาย หลังจากถูกสหรัฐคว่ำบาตรก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน บริษัท Nord Stream 2 AG ประกาศยุติสัญญาว่าจ้างพนักงาน โดยระบุสาเหตุจากการถูกสหรัฐคว่ำบาตร
ด้านไออีเอมีมติระบายน้ำมันจำนวน 60 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรองเพื่อสกัดราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในตลาด และไออีเอจัดการประชุมฉุกเฉินในวันนี้เพื่อหารือถึงแนวทางในการสกัดราคาน้ำมัน หลังพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางวิกฤตการณ์ในยูเครน หลังจากที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครน
ทั้งนี้ ไออีเอประกอบด้วยสมาชิก 30 ประเทศ โดยสหรัฐจะระบายน้ำมันราว 30 ล้านบาร์เรลจากจำนวนทั้งหมด 60 ล้านบาร์เรล



