ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดวันจันทร์ (31ม.ค.)ปรับตัวขึ้น 1.33 ดอลลาร์หลังมีรายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธข้ามพรมแดนเพื่อหวังโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อีกระลอก
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมี.ค. ปรับตัวขึ้น 1.33 ดอลลาร์ ปิดที่ 88.15 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.18 ดอลลาร์ ปิดที่ 91.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธข้ามพรมแดนเพื่อหวังโจมตียูเออีในช่วงเที่ยงคืนของวันอาทิตย์ (30 ม.ค.) โดยนับเป็นครั้งที่ 3 ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ที่กลุ่มกบฎฮูตีก่อเหตุโจมตียูเออี ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวร่วมสำคัญของกองกำลังพันธมิตรภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบีย
ขณะที่กลุ่มกบฎฮูตีได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่านซึ่งเป็นคู่ปรับของซาอุดีอาระเบีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้เพิ่มคำเตือนให้ระวังอันตรายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรนในการเดินทางไปยังยูเออี โดยแถลงการณ์ระบุว่า "การโจมตีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อพลเมืองและผลประโยชน์ของสหรัฐในอ่าวอาหรับ
โดยกลุ่มกบฏที่ปฏิบัติการอยู่ในเยเมนได้แสดงความต้องการที่จะโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงยูเออี โดยใช้ขีปนาวุธและโดรน ซึ่งการโจมตีที่ผ่านมานั้นมีเป้าหมายไปยังพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่นและสาธารณูปโภคพื้นฐานของพลเรือน"
นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ยูเครนอย่างใกล้ชิด หลังจากนายจอห์น เคอร์บี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) เปิดเผยว่า รัสเซียยังคงเพิ่มกำลังทหารบริเวณพรมแดนติดกับยูเครนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัสในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า โอเปกพลัสจะมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 400,000 บาร์เรล/วันในการประชุมครั้งนี้ แม้ถูกกดดันจากสหรัฐและประเทศพันธมิตรที่ต้องการให้โอเปกพลัสเพิ่มการผลิตน้ำมันมากกว่านี้



