ประธานไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล เผยกับซีเอ็นบีซี วันอันมืดมนที่สุดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจใกล้สิ้นสุดแล้ว การท่องเที่ยวหลายพื้นที่ทั่วโลกกำลังฟื้่นตัว พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปล่ี่ยนช่วงโควิดเน้นดูแลสุขภาพ
ตามที่รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เมื่อเร็วๆ นี้ เปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบแล้วมาเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นมา ส่วนเกาะสมุย เกาะใหญ่อันดับสองของประเทศใช้หลักการเดียวกันเริ่มต้นวันที่ 15 ก.ค. นักท่องเที่ยวเดินทางไปไหนมาไหนบนสองเกาะนี้ได้อย่างอิสระแต่ต้องอยู่ที่ภูเก็ตหรือสมุยเป็นเวลา 14 วันก่อนเดินทางไปที่อื่นในประเทศไทย
วิลเลียม ไฮเน็ค ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล เครือโรงแรมและร้านอาหารทั่วโลก เผยกับรายการ “สตรีทไซน์ส” ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างภูเก็ตตอนนี้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัวแล้ว ที่อื่นๆ เช่น เกาะสมุยก็กำลังทำแบบเดียวกัน
“ผมคิดว่าเราเห็นผล (ของแซนด์บ็อกซ์) แล้ว เมื่อผู้คนกำลังเข้ามาภูเก็ตเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" ไฮเน็คกล่าว
ยุโรป-จีนฟื้นตัวแกร่ง
ไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งบริหารโรงแรม ร้านอาหาร และห้องพักกว่า 530 แห่งทั่วโลก ขณะนี้เห็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในยุโรป ตะวันออกกลาง และจีนก็เช่นเดียวกัน แถมบางภูมิภาคกลับมาสู่ระดับก่อนโควิดหรือสูงกว่าด้วย
นอกจากนี้ความต้องการห้องพักโรงแรมราคาสูง อย่างวิลลา ห้องสูท และห้องดีลักซ์สูงมากเช่นกัน ห้องเหล่านี้ได้รับความสนใจก่อนห้องพักธรรมดา
“ในยุโรป ที่เราเพิ่งเปิดให้บริการใหม่ ความต้องการสูงมาก ในตะวันออกกลางเราฟื้นตัวต่อเนื่องดีมากมาตั้งแต่เดือน ม.ค. โรงแรมของเราในตะวันออกกลางตอนนี้ดำเนินการในระดับก่อนโควิด ธุรกิจของเราในหลายประเทศทั่วโลกกำลังดำเนินการในระดับก่อนโควิดหรือสูงกว่า จีนก็เป็นหนึ่งในนั้น” ซีอีโอไมเนอร์กล่าวพร้อมชี้
ไฮเน็คยังตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมท่องเที่ยวของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเกิดโรคระบาดใหญ่ ซึ่งบริษัทของเขาก็ได้ประโยชน์ด้วยการเสนอบริการที่เน้นสุขภาพมากขึ้น
“เทรนด์หนึ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือการให้ความสำคัญกับสุขภาพและภูมิคุ้มกันมากขึ้นมาก และผู้คนกังวลเรื่องสุขภาพ”
ความเสี่ยงยังมี
แม้ความต้องการท่องเที่ยวกลับมาแล้วในหลายพื้นที่ของโลก และฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่อัตราการฉีดวัคซีนในเอเชียยังเป็นเรื่องชวนกังวล
“ความล่าช้าในหลายๆ ตลาดมาจากปัญหาการผลิตวัคซีน” ไฮเน็คกล่าวโดยระบุว่าการฉีดวัคซีนในมาเลเซียและฟิลิปปินส์ไปได้ช้า “ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศไทย”
ซีเอ็นบีซีระบุว่า ไทยเริ่มผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แอสตร้าเซนเนก้า บริษัทยาสัญชาติอังกฤษ-สวีเดนในเดือนมิ.ย. โดยพันธมิตรท้องถิ่นคือสยามไบโอไซเอนซ์เตรียมผลิตวัคซีน 180 ล้านโดสในปีนี้
กว่า 1 ใน 3 สำหรับประเทศไทย และ 2 ใน 3 สำหรับไต้หวันและประเทศเอเชียตะวันออกรวมถึงมาเลเซียและฟิลิปปินส์
อย่างไรก็ตาม มีรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ไทยอาจควบคุมการส่งออกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตได้ เพื่อใช้รับมือกับวิกฤติโควิดในประเทศ
ข้อมูลจากเว็บไซต์Our World in Data ระบุว่า เอเชียฉีดวัคซีนล้าหลังอเมริกาเหนือ ยุโรป หรือแม้แต่อเมริกาใต้อยู่มาก เมื่อเทียบจำนวนการฉีดวัคซีนต่อประชากร 100 คน ข้อมูลเมื่อวันที่ 17 ก.ค.อเมริกาเหนือฉีดวัคซีนราว 78 โดสต่อประชากร 100 คน เอเชียอยู่ที่ 49 โดส
การฉีดวัคซีนช้าทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้โควิดสายพันธุ์เดลตาที่ติดต่อได้ง่ายขึ้นพบครั้งแรกในอินเดีย กลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐแล้วและกระจายไป 140 ประเทศเป็นอย่างน้อย ส่งผลให้ตั้งแต่สิงคโปร์ไปจนถึงไทยและออสเตรเลียต้องออกข้อจำกัด ล็อกดาวน์ ยกเลิกระเบียงการท่องเที่ยวระหว่างเมืองและระหว่างประเทศ ทำลายความหวังว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะกลับมาในปีนี้
“การมีวัคซีนพร้อมฉีดเป็นเรื่องสำคัญ ผมเชื่อว่า ยิ่งฉีดวัคซีนมาก ก็ยิ่งล็อกดาวน์น้อย” ซีอีโอไมเนอร์กล่าวทิ้งท้าย
รายงานข่าวอีกชิ้นหนึ่งบนเว็บไซต์ซีเอ็นบีซี เผยแพร่หนึ่งสัปดาห์หลังเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ระบุว่า เกาะภูเก็ตเปิดแล้วสำหรับนักท่องเที่ยวที่พร้อมจะปฏิบัติตามข้อกำหนดมากมาย ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ถือเป็นบททดสอบสำหรับระเบียบปฏิบัติแบบนี้ ถ้าสำเร็จ เป็นไปได้ว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะทำแบบเดียวกันในปีนี้
สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นอกจากระเบียบที่่ทางราชการกำหนดแล้ว รายงานข่าวกล่าวด้วยว่า การไปในที่สาธารณะ เช่น ชายหาดหรือนั่งในรถต้องสวมหน้ากากอนามัย
ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา “ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล” ชี้ว่า ในปี 2562 ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกือบ 11 ล้านคน เป็นเมืองที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดอันดับ 15 จาก “100 เมืองท่องเที่ยวโลก” มากกว่ากรุงโรมที่ครองอันดับ 16
แต่แม้ภูเก็ตจะโด่งดังแต่ซีเอ็นบีซีเชื่อว่า การเปิดพื้นที่อีกครั้งน่าจะไม่คึกคัก เนื่องจากโควิดยังระบาดหนักในไทย ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงระเบียบหลายครั้งกว่ารัฐบาลไทยจะตัดสินใจจะอนุมัติลงตัว เหล่านี้อาจทำให้นักท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อนวางแผนไปที่อื่น
ในบรรดาประเทศที่เปิดให้เดินทางท่องเที่ยวฤดูร้อนอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนนิยมเดินทางในประเทศมากกว่าและไม่อยากเดินทางโดยเครื่องบิน โดยเฉพาะเครื่องบินระยะยาว เช่น จากสหรัฐหรือยุโรปมาไทย
ด้านสเตฟานี โคเรนยี ล่ามชาวเยอรมนีเล่าประสบการณ์ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กับเว็บไซต์เทเลกราฟของอังกฤษว่า วันแรกที่มาถึงเธอเพิ่งนั่งสบายใจริมสระน้ำโรงแรม และแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“พนักงานต้อนรับแจ้งว่าดิฉันเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ต้องไปรายงานตัวกับเธอทันที” เนื่องจากชายคนที่นั่งติดกับเธอบนเครื่องบินจากดูไบมาภูเก็ตผลตรวจที่สนามบินพบว่าติดโควิด
“ดิฉันเสียใจมาก โอกาสที่จะเกิดเหตุแบบนี้มีน้อยมาก แล้วทำไมต้องเป็นดิฉัน”
เธอเล่าต่อว่าตอนทราบข่าวทีแรกทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายพนักงานต้อนรับคนเดิมเป็นคนหาที่พักใหม่ที่ไม่หรูหราเท่าที่จองไว้ให้กักตัว 14 วันแทนที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคอยจัดการ แต่เธอเข้าใจดีว่าเพราะเป็นโครงการใหม่
"ทุกคนมีความสุขอย่างยิ่งที่นักท่องเที่ยวกลับมา จึงพยายามทำอย่างดีที่สุดซึ่งดีและช่วยได้มาก"





