เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงาน การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคในจีนฟื้นตัวจากการระบาดของโควิดได้ช้ากว่าภาคส่วนอื่น เช่นเดียวกับยอดขายค้าปลีกในที่อื่นๆ ของเอเชียยังคงซบเซา
ลอยด์ ชาน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากบริษัทวิเคราะห์ “ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์” เผยว่า การบริโภคภาคเอกชนกำลังฟื้นตัวขึ้นในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชีย แต่ช้าและยังคงต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 ระบาด
การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคในเอเชีย “ฟื้นตัวไม่เท่าเทียมกันและลุ่มๆ ดอนๆ” ส่วนใหญ่เป็นผลจากการระบาดที่ดำเนินอยู่ เอเชียหลายประเทศมีการระบาดใหม่เป็นระลอกๆ จีนที่เกิดวิกฤติโควิดก่อนใครอื่นแล้วฟื้นได้ก่อน ขณะนี้เศรษฐกิจถูกฉุดรั้งจากการใช้จ่ายค้าปลีกที่เชื่องช้า แม้ว่ารัฐบาลพยายามกระตุ้นแล้วก็ตาม
ไทเมอร์ เบก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารดีบีเอสของสิงคโปร์ กล่าวว่า การระบาดระลอกใหม่ในที่อื่นๆ ของเอเชียส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการเดินทาง
“ก็อย่างที่เห็นกันในปีที่ผ่านมา การไปโน่นมานี่เป็นเงื่อนไขสำคัญมากของการบริโภค เพราะการนั่งอยู่กับบ้านคุณซื้อของมากมายผ่านอีคอมเมิร์ซได้ก็จริง แต่คุณยังใช้เงินได้ไม่มากพอเหมือนกับที่คุณเคยทำ สมัยที่ยังเดินทางได้ตามปกติ” เบกกล่าว
ในเอเชียเหนือ จ.โอกินาวายังอยู่ภายใต้ภาวะฉุกเฉิน ส่วนที่อื่นๆ รวมถึงกรุงโตเกียวอยู่ภายใต้มาตรการป้องกัน ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียเคยกล่าวเมื่อเดือน มิ.ย.ว่า หลายพื้นที่ของประเทศเตียงโรงพยาบาลกำลังร่อยหรอ ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาพุ่งขึ้นมาก
อินเดีย ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับสองของโลก ปลายเดือน มิ.ย.ทะลุ 30 ล้านคน ต้องรับมือการระบาดระลอกสองที่หนักหน่วงจนระบบสาธารณสุขรับไม่ไหว
เบกกล่าวเสริมว่า รัฐบาลเอเชียขยายมาตรการสนับสนุนทางการเงินการคลังน้อยกว่ารัฐบาลประเทศตะวันตก ซึี่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค
“ตามเท่าที่ยังจำกัดการเดินทาง ตราบเท่าที่การสนับสนุนด้านนโยบายยังค่อนข้างเบาบาง การบริโภคยังฟื้นตัวซบเซาต่อไปอีก” นักเศรษฐศาสตร์จากดีบีเอสกล่าว
อีกปัจจัยที่สำคัญคือการฉีดวัคซีน ถ้าเทียบกับชาติพัฒนาแล้วในตะวันตก ชาติเอเชียส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนให้ประชาชนช้าด้วยหลายเหตุผล เช่น ไม่มีวัคซีนเหลือเฟือ ซึ่งออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ให้น้ำหนักกับการฉีดวัคซีนมากว่าจะเป็นทางออกในการฟื้นการบริโภคภาคเอกชนในเอเชีย
อย่างไรก็ตาม เบกไม่ได้มองแง่บวกมากนัก ชี้ว่า เอเชียส่วนใหญ่อัตราการฉีดวัคซีนต่ำมาก เพิ่มอีก 2 หรือ 3 เท่าก็ไม่มีผลสร้างการเปลี่ยนแปลง
“คุณไม่มีทางเห็นการบริโภคเพิ่มขึ้นหากอัตราการฉีดวัคซีนดีขึ้นเล็กน้อย จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และประเทศเอเชียส่วนใหญ่ยังต้องรออีกหลายเดือนกว่าจะฉีดวัคซีนกับประชาชนจำนวนมากได้” นักเศรษฐศาสตร์ดีบีเอสกล่าวเสริม
ข้อมูลถึงวันที่ 1 ก.ค.จากเว็บไซต์Our World in Data ประชากรญี่ปุ่นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้วมีเพียง 12.65% เท่านั้น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ประชากรฉีดวัคซีนครบแล้วมีไม่เกิน 5% ของประชากร สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในแนวหน้าของภูมิภาค ข้อมูลวันที่ 4 ก.ค. ประชากรที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเกือบ 37% ตรงข้ามกับสหรัฐและสหราชอาณาจักรที่ฉีดครบแล้วกว่า 40% ของประชากร





