วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2569

Login
Login

‘ไอลอว์’ เคลื่อนโซเชียล เปิด 140 ชื่อล็อกมง – โชว์ผังต่อสายผู้สมัคร สว.

“ไอลอว์” เคลื่อนปลุกแนวร่วมโซเชียลมีเดียคู่ขนานจัดชุมนุม เปิด 140 รายชื่อล็อกมง สว. โชว์ผัง “บิ๊กเนม” ต่อสายผู้สมัคร สว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ จัดกิจกรรมเดินจากสำนักงานไอลอว์ ซอยลาดพร้าว 25 ไปยังหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บริเวณแยกปทุมวัน อีกด้านหนึ่งมีความเคลื่อนไหวของเพจเฟซบุ๊ค iLaw โพสต์ข้อความระบุว่า เปิด 140 ชื่อที่ถูก “ล็อกมง” ในโพยคดีโกงเลือก สว.

ไอลอว์ ระบุอีกว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ใช้ทั้งกระบวนการเลือกและนับคะแนนไปกว่า 21 ชั่วโมง ในการลงคะแนนรอบแรกหรือรอบ “เลือกกันเอง” ของผู้สมัครภายในกลุ่มเดียวกัน แต่ละกลุ่มจะมีผู้สมัครไม่เกิน 154 คน ออกเสียงได้ไม่เกินคนละ 10 เสียงโดยเขียนหมายเลขของผู้สมัครที่ต้องการเลือกลงในช่องว่าง 10 ช่องในบัตรเลือก จะเลือกตัวเองก็ได้ แต่เทคะแนนเลือกผู้สมัครคนเดียวหลายคะแนนไม่ได้ ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 40 อันดับแรกจากแต่ละกลุ่มเป็นผู้ได้เข้าสู่รอบต่อไป คือ รอบ “เลือกไขว้” เลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นในสายเดียวกัน

ผู้สังเกตการณ์ระดับประเทศรวมทั้งประชาชนที่ติดตามดูการถ่ายทอดสดสังเกตเห็นถึง “ความไม่ปกติ” ของวิธีการออกเสียงลงคะแนน เมื่อนับคะแนนรอบเลือกกันเอง เจ้าหน้าที่จะขานคะแนนและยื่นบัตรให้ผู้สมัครที่นั่งอยู่บริเวณกระดานนับคะแนนดูเพื่อตรวจสอบว่าขานคะแนนได้ถูกต้องหรือไม่ ปรากฏว่า แต่ละกลุ่มมีบัตรหลายใบที่มีรูปแบบการลงคะแนนซ้ำๆ กันเป็นแพทเทิร์น กล่าวคือ เลือกผู้สมัครหมายเลขต่างๆ ที่เหมือนกันทั้ง 10 หมายเลข และเรียงลำดับหมายเลขเหมือนกันทุกตำแหน่ง โดยไม่ได้เรียงจากหมายเลขน้อยไปหามาก
.
เนื่องจากแต่ละกลุ่มมีผู้สมัครมากสุด 154 คน และ กกต. ไม่ได้กำหนดว่า จะต้องเขียนเบอร์ผู้สมัครที่ประสงค์จะเลือกเรียงลำดับหมายเลขจากน้อยไปหามาก ความเป็นไปได้ที่ผู้สมัครแต่ละคนจะเขียนในแต่ละช่อง คือ 154 แบบ และแต่ละคนออกเสียงเลือกได้ 10 ช่อง ซึ่งโอกาสที่ผู้สมัคร 2 คนจะ “บังเอิญ” ใจตรงกัน เลือกเหมือนกันทั้ง 10 หมายเลขและเรียงลำดับเหมือนกัน โดยไม่ได้นัดแนะกันมาก่อน คือ 1 ใน 5,566,857,732,147,160,000,000 (อ่านว่าห้าพันห้าร้อยหกสิบหกล้านล้านล้าน…) หรือเรียกได้ว่า หากผู้สมัครทุกคนออกเสียงลงคะแนนโดยอิสระ โอกาสที่จะมีบัตร 2 ใบจะเขียนตัวเลขเหมือนกันทั้ง 10 ช่องนั้น “แทบเป็นไปไม่ได้เลย”
 

หลังการเลือก สว. 2567 เสร็จสิ้นไปราว 10 เดือน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้สมัคร สว. หลายราย จนนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนการโกงเลือก สว. นี้ ซึ่งต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติในวันที่ 18 มีนาคม 2567 แต่งตั้งพนักงานของสำนักงาน กกต. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอเป็นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 (คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26)
.
คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 สอบสวนและไต่สวนปากคำของพยานและหลักฐานต่างๆ ทั้งหมดในคดีโกงเลือก สว. เช่น การจัดทำโพย การโอนเงินค่าตอบแทน บันทึกข้อมูลโทรศัพท์ และหนึ่งในหลักฐานของคดีนี้ที่พบคือ “โพย” เมื่อนำหมายเลขในโพยมาเปรียบเทียบกับหมายเลขผู้สมัคร สว. ทุกคนพบว่า มีรายชื่อ สว. และผู้สมัคร 140 คน แบ่งเป็น สว. 137 คนและผู้สมัครอีก 3 คน 

นอกจากนี้เพจ iLaw ยังโพสต์ กราฟฟิกโยงความสัมพันธ์ระหว่าง แกนนำพรรคภูมิใจไทย ผู้สมัคร สว. และเครือข่าย โดยระบุการโทรศัพท์หากัน โดยระบุข้อความว่า “ไผโทรมาน้อ... คือเว้านำเขาม่วนแท้ จั่งแม่นบ่แคร์อ้ายคนนั่งเฝ้าก่อซอ”