ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสสหรัฐ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(1ก.ค.)พุ่ง 1.76 ดอลลาร์ ทะลุ 75 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำนิวไฮรอบ 3 ปี หลังพบข้อบ่งชี้โอเปกพลัสอาจเพิ่มกำลังผลิตน้อยกว่าที่คาดหมายไว้ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนส.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์เพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์ ปิดที่ 75.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.22 ดอลลาร์ ปิดที่ 75.84 ดอลลาร์/บาร์เรล
ความเคลื่อนไหวของตลาดพลังงานมีขึ้นหลังจากโอเปกและพันธมิตร หรือที่เรียกว่าโอเปกพลัส เลื่อนการประชุมระดับรัฐมนตรีไปจนถึงวันศุกร์(2ก.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับโนยบายด้านกำลังผลิตเพิ่มเติม จากการเปิดเผยของแหล่งข่าว หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ขัดขวางเพิ่มกำลังผลิตในข้อตกลงลดกำลังผลิตเดิมอย่างทันทีทันใด
แหล่งข่าวเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าโอเปกพลัสคาดหมายว่าจะเพิ่มกำลังผลิตเพียง 4 แสนบาร์เรลต่อวันต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม 2564 น้อยกว่าที่คาดหมายไว้
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสทะยานขึ้นมากกว่า 50% ในปีนี้ หลังจากเริ่มต้นปีที่ระดับ 48.50 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน ขณะที่มีการเปิดเศรษฐกิจในหลายประเทศ ทำให้ประชาชนมีการเดินทางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการขยายตัวของการสัญจรทางอากาศและทางรถยนต์ ซึ่งได้ช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมัน
ด้านเอเอ็นแซดและไอเอ็นจี คาดการณ์ว่า โอเปกพลัสจะตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิต 500,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค.
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิต 500,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. หรือต่ำกว่าระดับดังกล่าว จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นต่อไป แต่หากโอเปกพลัสตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรล/วัน หรือมากกว่านั้น ก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่
แบงก์ ออฟ อเมริกา คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ราคาน้ำมันมีโอกาสพุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในตลาด





