วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีดีพีออสเตรเลียส่อวูบหลังขยายล็อกดาวน์ซิดนีย์

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การขยายล็อกดาวน์เมืองซิดนีย์ออกไป 2 สัปดาห์ อาจฉุดมูลค่าเศรษฐกิจของออสเตรเลียหายไปประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การขยายล็อกดาวน์เมืองซิดนีย์ออกไป 2 สัปดาห์ อาจฉุดมูลค่าเศรษฐกิจของออสเตรเลียหายไปประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ประกอบกับปัญหาความล่าช้าในการฉีดวัคซีนให้ประชาชนในประเทศก็ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจอย่างมาก

ปัจจุบัน ชาวออสเตรเลียประมาณ 18 ล้านคน หรือประมาณ 70% ของประชากรทั้งหมด อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ ขณะที่การฉีดวัคซีนมีความล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้มาก โดยมีประชากรเพียง 1 ใน 4 ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโดสแรก เมื่อเทียบกับระดับกว่า 50% ในสหรัฐและสิงคโปร์ และ 66% ในอังกฤษ

“ฌอน แลงเค้ก” นักเศรษฐศาสตร์ประจำอ็อกซ์ฟอร์ด อิโคโนมิกส์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยของอังกฤษ มีความเห็นว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นสาเหตุของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จนกว่าการฉีดวัคซีนจะมีความคืบหน้า

ขณะที่นักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ ประเมินว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียจะได้รับความเสียหายเป็นมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย จากการขยายระยะเวลาล็อกดาวน์เมืองซิดนีย์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเท่ากับประมาณ 0.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ส่วน“เชน โอลิเวอร์” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากเอเอ็มพี กล่าวว่า มาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ล่าสุดในออสเตรเลีย อาจทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลียจับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างระมัดระวังในเดือนก.ค.

ธนาคารกลางของออสเตรเลีย (อาร์บีเอ) จะจัดการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 6 ก.ค. โดยคาดว่าอาร์บีเอจะประกาศปรับนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการตัดสินใจซื้อพันธบัตรในอนาคต

การคาดการณ์ว่าการขยายมาตรการล็อกดาวน์ซิดนีย์จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของออสเตรเลียทั้งประเทศมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของออสเตรเลีย เตือนว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ซึ่งพบครั้งแรกในประเทศอินเดีย สามารถแพร่ระบาดได้ภายในเวลาเพียง 5-10 วินาทีเท่านั้น ทั้งยังพบว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้สามารถแพร่ระบาดในคนทุกช่วงอายุ ซึ่งรวมถึงเด็กด้วย

ดร.จีนเน็ตต์ ยัง หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขพบกรณีการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของโควิด สายพันธุ์เดลตา โดยมีรายหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 เพียงแค่เดินผ่านคนแปลกหน้าที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ในขณะจับจ่ายซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเวสต์ฟิลด์ บอนดิ จังชัน

“ถ้ายังจำกันได้ในช่วงที่การแพร่ระบาดเพิ่งเริ่มขึ้น ดิฉันเคยพูดไว้ว่าการสัมผัสกันในระยะเวลา 15 นาทีก็ถือว่ามีความเสี่ยงแล้ว แต่ขณะนี้ การสัมผัสกันแค่เพียง 5-10 วินาทีก็ติดเชื้อได้แล้ว จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก ความเสี่ยงในขณะนี้เพิ่มขึ้นกว่าเมื่อ 1 ปีที่แล้ว” ดร.ยัง กล่าว

หลังจากประกาศขยายล็อกดาวน์ซิดนีย์ คณะทำงานเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลออสเตรเลีย ก็จัดการประชุมเร่งด่วนวานนี้ (28มิ.ย.) โดย"จอช ฟรายเดนเบิร์ก“ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของออสเตรเลีย ยอมรับกับสถานีโทรทัศน์เอบีซีว่า “เรากำลังเข้าสู่การแพร่ระบาดเฟสใหม่ จากการมีสายพันธุ์เดลตาซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ขณะนี้การจัดการกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในออสเตรเลียกำลังอยู่ในช่วงอันตราย”

ฟรายเดนเบิร์ก ระบุด้วยว่า การประชุมฉุกเฉินของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งนำโดย“สกอตต์ มอร์ริสัน” นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย จะเน้นหารือเพื่อหาแนวทางรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งการบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากซิดนีย์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของออสเตรเลีย ขยายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว เมืองดาร์วินที่อยู่ทางเหนือของประเทศ ก็ใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลา 2 วัน เนื่องจากหน่วยงานสาธารณสุขของออสเตรเลียยังคงไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้

ส่วนที่รัฐควีนส์แลนด์กลับมาใช้มาตรการบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และจำกัดการรวมตัวที่บ้านพักอาศัยในหลายพื้นที่ รวมถึงบริสเบน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ หลังจากหน่วยงานบริหารของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียใช้มาตรการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่เมืองเพิร์ธ

นอกจากนี้ ยังบังคับใช้มาตรการจำกัดในเมลเบิร์น ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐวิคตอเรีย รวมถึงกรุงแคนเบอร์ราด้วย