ท้องถนนในนครซิดนีย์ของออสเตรเลียร้างไร้ผู้คน ในวันแรกของการล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์เพื่อสกัดการระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลตาที่กระจายไปทั่วเมือง
เดิมทีซิดนีย์สั่งล็อกดาวน์เฉพาะย่านธุรกิจและย่านมั่งคั่งทางฝั่งตะวันออก แต่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายๆ ที่ทางการจึงต้องเข้มงวดขึ้นสั่งล็อกดาวน์ทั้งเมือง ประชาชนกว่า 5 ล้านคนห้ามเดินทาง
การระบาดระลอกใหม่ในซิดนีย์เริ่มต้นจากการขนส่งลูกเรือสายการบินจากสนามบินไปยังโรงแรมกักตัว ถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกว่า 80 คนแล้ว
นายกรัฐมนตรีเกลดิส เบเรจิคเลียนของรัฐนิวเซาท์เวลส์แถลงว่า สำหรับสายพันธุ์ที่ติดต่อง่ายอย่างสายพันธุ์เดลตา การล็อกดาวน์แค่สามวันไม่ได้ผล
“ถ้าจะทำก็ต้องทำให้เหมาะสม ความสามารถติดเชื้อง่ายกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้าอย่างน้อยสองเท่า เราจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวรับจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นภายในไม่กี่วันนี้”
มาตรการที่ใช้ในซิดนีย์ขณะนี้ให้ประชาชนอยู่บ้านเป็นเวลาสองสัปดาห์ ออกไปได้เฉพาะซื้อของใช้จำเป็น พบแพทย์ ออกกำลังกาย ไปโรงเรียน หรือไปทำงานสำหรับคนที่ทำจากบ้านไม่ได้เท่านั้น
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นทางการซิดนีย์ปักหมุดเพิ่มสถานที่หลายแห่งที่อาจเสี่ยงติดไวรัส เช่น บาร์ดังประจำเมือง จากที่เคยประกาศให้หลายพื้นที่ในย่านธุรกิจเป็นจุดเสี่ยงไปแล้ว
ส่วนพื้นที่อื่นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ไม่ถูกล็อกดาวน์ ประชาชนต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในอาคาร และจำกัดจำนวนคนในสถานที่ต่างๆ
ใครก็ตามที่อยู่นอกเขตล็อกดาวน์แล้วเข้าไปซิดนีย์ตั้งแต่วันจันทร์ (21 มิ.ย.) ได้รับคำแนะนำให้กักตัวเอง 14 วัน
“สายพันธุ์เดลตากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นศัตรูที่น่ากลัวมาก ไม่ว่าเราจะใช้มาตรการป้องกันอย่างไร ดูเหมือนว่าไวรัสเข้าใจหาวิธีจู่โจมตอบโต้ทุกครั้ง” แบรด ฮัซซาร์ด รัฐมนตรีสาธารณสุขนิวเซาท์เวลส์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว





