วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ดาวโจนส์’ปิดทะยาน 227 จุด

‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดวันศุกร์ (23เม.ย.)ทะยาน 227 จุด หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอของประธานาธิบดีโจ ไบเดนในการปรับเพิ่มภาษีกำไรที่ได้จากการลงทุน (capital gains tax) หลังโกลด์แมน แซคส์คาดว่าสภาคองเกรสจะปรับลดขนาดของภาษีดังกล่าว

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทยังได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตและบริการที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมทั้งยอดขายบ้านใหม่ที่พุ่งเกินคาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ่้น227.59 จุด หรือ 0.7% ปิดที่ 34,043.49 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.1% ปิดที่ 4,180.17 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น 1.4% ปิดที่ 14,016.81 จุด

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนมีแผนที่จะปรับเพิ่มภาษี capital gains tax สูงถึง 43.4% สำหรับชาวอเมริกันที่ร่ำรวย

นอกจากนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังระบุให้มีการปรับเพิ่มภาษีสู่ระดับ 39.6% สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันเรียกเก็บที่ระดับ 20%

อย่างไรก็ดี โกลด์แมน แซคส์ออกรายงานระบุว่า ทางบริษัทคาดการณ์ว่าสภาคองเกรสจะทำการพิจารณาทบทวนข้อเสนอดังกล่าวของปธน.ไบเดน โดยจะปรับลดขนาดของอัตราภาษีดังกล่าวเหลือเพียง 28%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 20.7% สู่ระดับ 1.021 ล้านยูนิตในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 886,000 ยูนิต หลังจากดิ่งลง 16.2% ในเดือนก.พ.

นอกจากนี้ ราคาเฉลี่ยของบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 0.8% สู่ระดับ 330,800 ดอลลาร์ในเดือนมี.ค.

ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 62.2 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 59.7 ในเดือนมี.ค.

ดัชนีพีเอ็มไอยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะขยายตัว ทั้งภาคการผลิตและบริการ

ดัชนีพีเอ็มไอได้รับแรงหนุนจากดีดตัวขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจพุ่งขึ้นขานรับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง

ทั้งนี้ ดัชนีพีเอ็มไอ ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 60.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 59.1 ในเดือนมี.ค.

สำหรับดัชนีพีเอ็มไอ ภาคบริการเบื้องต้น อยู่ที่ 63.1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 60.4 ในเดือนมี.ค.

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 เม.ย. หลังเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 16-17 มี.ค. โดยระบุว่า เฟดจะยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืน