วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ยู-โซลาร์’ หนุนลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วอาเซียน

ยู-โซลาร์ของยูโอบี ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วภูมิภาคอาเซียนเกือบ 160 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 77,200 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า (tCO2e) 

จำนวนนี้เทียบเท่าการปลูกต้นไม้เกือบ 1.3 ล้านต้นในระยะเวลากว่า 10 ปี หรือลดการใช้รถยนต์ลงเกือบ 17,000 คันต่อปี 

โครงการยู-โซลาร์ เปิดตัวเมื่อเดือน ต.ค. 2562 เป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนระบบนิเวศของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของเอเชีย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

*ยู-โซลาร์ เปิดตัวหลายประเทศในอาเซียน 

โครงการนี้เปิดตัวแล้วในประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยนำเสนอโซลูชันทางการเงินครบวงจรแก่ธุรกิจและผู้บริโภคทั่วภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ อาทิ การบริหารเงินสด สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และโซลูชันทางการเงินตามสัญญาซึ่งครอบคลุมในทุกเรื่องสำหรับผู้รับเหมางานวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง และทดสอบ(EPCC)

“เฟรดเดอริก ชิน” รองประธาน กลุ่มธุรกิจ Wholesale banking ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า การระบาดของโควิดทั่วโลกครั้งนี้เน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเราทุกคน ไม่ว่าจะในระดับประเทศ บริษัท ชุมชน หรือตัวบุคคล ที่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ในฐานะที่ธนาคารยูโอบีเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินในภูมิภาคนี้ เราตระหนักดีถึงบทบาทของเราที่มีต่อความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม 

"ยูโอบีสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ขณะเดียวกัน ก็ช่วยผลักดันให้ภูมิภาคก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำยิ่งขึ้น ผ่านโครงการยู-โซลาร์ หวังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ยั่งยื่นเพื่อภูมิภาคอาเซียนที่ดียิ่งขึ้น” ชินระบุ 

โครงการยู-โซลาร์เป็นส่วนหนึ่งของกรอบแนวคิดการเข้าถึงเงินทุนที่ยั่งยืนเพื่อเมืองอัจฉริยะของยูโอบี6 (UOB Smart City Sustainable Finance Framework)ซึ่งเป็นเกณฑ์การให้เงินทุนของธนาคารเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืนทั่วภูมิภาค

*ยู-โซลาร์มีส่วนช่วยส่งเสริมวาระพลังงานทางเลือกของประเทศไทย

ยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนเงินทุนผ่านโครงการยู-โซลาร์ แก่โครงการยักษ์ใหญ่สี่โครงการ ซึ่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ 74.5 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ณ สิ้นปี 2563 เทียบเท่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวน 33,755 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า หรือคิดเป็น 44% ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในภูมิภาคของโครงการยู-โซลาร์

หนึ่งในสินเชื่อที่อนุมัติผ่านโครงการนี้ คือ การอนุมัติสินเชื่อที่สูงเป็นประวัติการณ์จำนวน 1.26 พันล้านบาทเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ให้แก่บริษัท BECIS-Symbior หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชีย เพื่อดำเนินโครงการแผงโซลาร์เซลล์ โครงการนี้ถือเป็นสินเชื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่าสูงสุดในภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมในประเทศไทย และได้รับรางวัลBest Green Loanในประเทศไทย ในสาขา Sustainable FinanceจากThe Asset Triple A Country Awards 2020

บริษัท BECIS-Symbior ยังเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรในโครงการยู-โซลาร์ที่ให้การส่งเสริมการเปลี่ยนมาสู่พลังงานแสงอาทิตย์ โดยการสนับสนุนและส่งเสริมการใช้โซลูชันพลังงานสะอาด และนำเสนอแพลตฟอร์มด้านบริการพลังงานแบบenergy-as-a-service (EaaS)ราคาประหยัดแก่ลูกค้ากลุ่มพาณิชย์และอุตสาหกรรม

"ฟลอเรียน เบนน์โฮลด์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BECIS-Symbior กล่าวว่า BECIS-Symbior ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการยู-โซลาร์ ในฐานะพันธมิตรที่มีพันธกิจเดียวกันกับธนาคารยูโอบีในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน BECIS-Symbior ร่วมมือกับธนาคารยูโอบี เพื่อสนับสนุนลูกค้าและส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภูมิภาคช่วยให้ลูกค้าลดพิมพ์เขียวสิ่งแวดล้อม และยังทำกำไรได้ ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมของยูโอบี 

นอกจากนี้ “แอนดี้ เฉี่ย” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจ Wholesale banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เสริมว่า รัฐบาลไทยออกมาตรการในระดับนโยบายเพื่อสนับสนุนการลงทุนที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อขับเคลื่อนความพยายามด้านความยั่งยืนของประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธกิจเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้ความตกลงปารีสตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราเชื่อว่าโครงการยู-โซลาร์จะช่วยพัฒนาพลังงานทางเลือก ตามแผนระยะยาวของประเทศ ซึ่งตั้งเป้าที่ร้อยละ 30 ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2579