ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร (9มี.ค.)ดีดตัว 30 จุด ขานรับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30.30 จุด หรือ 0.10% ปิดที่ 31,832.74 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 54.09 จุด หรือ1.42% ปิดที่ 3,875.44 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 464.66 จุด หรือ 3.69 % ปิดที่ 13,073.83 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอ่อนตัวลงแตะระดับ 1.528% ในวันนี้ หลังจากพุ่งทะลุ 1.6% เมื่อวานนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐต่างดีดตัวขึ้นในวันนี้ หลังการอ่อนตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
สำนักงานของนายสเตนี โฮเยอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางสภาผู้แทนราษฎรได้รับร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์จากวุฒิสภาแล้ว ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะทำการพิจารณาและลงมติต่อร่างกฎหมายดังกล่าวในวันพรุ่งนี้
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอาจลงมติต่อร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างเร็วที่สุดในวันนี้
หากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้การอนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็จะส่งต่อไปยังประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานในปัจจุบันจะหมดอายุลง
นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของปธน.ไบเดนจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีทรัพยากรที่เพียงพอในการผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และจะทำให้การจ้างงานของสหรัฐกลับสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในปีหน้า
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค. เพื่อดูท่าทีของเฟดต่อแนวโน้มการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ





