'โซเชียลมีเดีย'เอเชียสื่อเชื่อมใจพนง.-ผู้บริหาร และกว่า 90% ของพนักงานบริษัทในอินเดีย สิงคโปร์ต่างคาดหวังว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจะใช้สื่อสังคมออนไลน์ติดต่อสื่อสารกับพนักงานของตัวเอง
การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญกับทุกองค์กร ทุกบริษัทไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ผลสำรวจล่าสุดบ่งชี้ว่า การทวีตข้อความของบรรดาประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)บริษัทในเอเชียช่วยมัดใจ สร้างขวัญ-กำลังใจในหมู่พนักงานได้อย่างดีในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 ยังไม่ทุเลาลง และกว่า 90% ของพนักงานบริษัทในอินเดีย สิงคโปร์ต่างคาดหวังว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจะใช้สื่อสังคมออนไลน์ติดต่อสื่อสารกับพนักงานของตัวเอง
ตอนที่“อะเพอร์วา ปุโรหิต”เริ่มใช้ทวิตเตอร์เมื่อปี 2555 ส่วนใหญ่เป็นการใช้เพื่อเป็นเครื่องมือวิจัยตลาดซึ่งในฐานะประธานบริษัทจักรัน ปรากาชัน หนึ่งในบริษัทสื่อรายใหญ่สุดของอินเดียและเป็นผู้ตีพิมพ์“ไทม์ ออฟ อินเดีย” เธอต้องการทำความเข้าใจความคิดและพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่นิยมเทคโนโลยีดิจิทัล
แต่ช่วงที่อินเดียล็อกดาวน์เมื่อเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว ปุโรหิตก็ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือสื่อสารกับบรรดาพนักงานและเหล่านักลงทุนที่เธอไม่สามารถพบปะได้แบบตัวต่อตัว บนลิงค์อิน เธอแชร์หนังสือและบทความที่ช่วยไกด์แนวคิดของเธอเกี่ยวกับการเปลี่ยนไปทำงานทางไกล รวมทั้งคอลัมน์ที่เธอเขียน เกี่ยวกับการบริหารจัดการกระแสเงินสดและการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์
ปุโรหิตคิดว่าการโพสต์ข้อความและข้อมูลเป็นประจำของเธอเปิดโอกาสให้บรรดาผู้ถือหุ้นของบริษัทได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไปของเธอ “พนักงานของฉันอาจจะเห็นฉันเป็นผู้จัดการคนหนึ่ง ส่วนบรรดานักลงทุนอาจจะเห็นฉันในอีกมิติหนึ่ง แล้วฉันจะบริหารธุรกิจอย่างไร รวมทั้งทำอย่างไรให้บริษัทมีผลกำไร”ปุโรหิต กล่าว
“ปกติการบริหารธุรกิจหรือการบริหารองค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังยากลำบากมากขึ้น”ปุโรหิตเขียนบนลิงค์อินในเดือนเม.ย.พร้อมทั้งแชร์ประสบการณ์การรับมือกับโรคนอนไม่หลับของเธอในช่วงที่มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้นดำเนินต่อไป
ปุโรหิต อยู่ในกลุ่มผู้บริหารบริษัทเอเชียกลุ่มเล็กๆที่ถูกพูดถึงในรายงานประจำปีชื่อ"คอนเน็กเท็ด ลีดเดอร์ชิป จัดทำโดยบรุนสวิค กรุ๊ป ที่ทำการสำรวจผู้ติดตามข่าวสารการเงินจำนวน 5,200 คน และพนักงานของบริษัทขนาดใหญ่ 6,500 คน ใน 13 ประเทศและดินแดน รวมถึง จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ทำให้รู้ว่าบรรดาซีอีโอคาดหวังอะไรและอยากได้อะไร โดยเฉพาะในช่วงเกิดวิกฤตด้านสาธารสุข
ขณะที่การทำงานทางไกลและธุรกิจมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ่้นเมื่อปีที่แล้ว พนักงานบริษัท นักลงทุนและลูกค้าพยายามหาทางติดต่อสื่อสารกับผู้บริหารของบริษัท รายงานชิ้นนี้ระบุว่า กว่า90% ของพนักงานในอินเดีย สิงคโปร์และฮ่องกง บอกว่า พวกเขาคาดหวังว่าบรรดาผู้บริหารจะสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าบริษัทในยุโรป
ปุโรหิต กล่าวว่าขณะที่การระบาดของโรคโควิด-19 ยืดเยื้อมาจนถึงปี2564 สื่อสังคมออนไลน์กลับมีความสำคัญต่อบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต่างๆที่พยายามดึงดูด คงบุคลากรที่มีความสามารถและบรรดาลูกค้า ส่วนพนักงนเจเนอเรชั่นใหม่และผู้บริโภคก็หวนไปหาสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อเสียงและคุณค่าขององค์กร
ส่วน“แอนเดรียน เฉิง” ซีอีโอนิวเวิลด์ ดิวิล็อปเมนท์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของฮ่องกงใช้สื่อโซเชียลเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างรัฐบาลและเยาวชนในท้องถิ่นและลูกค้าที่สนับสนุนประชาธิปไตย แม้ช่วงก่อนโรคโควิด-19 ระบาดเมื่อประมาณ1ปีก่อน เฉิง ใช้สื่อสังคมออนไลน์เปลี่ยนแปลงอาณาจักรธุรกิจค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์และขนส่งของครอบครัวอายุ 50 ปีด้วยการหันไปเน้นตลาดมิลเลนเนียล พร้อมทั้งติดแฮชแท็คในประเด็นที่ทำให้คนส่วนใหญ่พูดถึงเช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและการเติบโตอย่างยั่งยืน





