"บิทคอยน์" ร่วงกว่า 8.5% ในเช้าวันนี้ หลัง "บอนด์ยีลด์" พุ่งแรงสกัดซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย คาดอาจจะดิ่งลงกว่า 25 - 30% ปีนี้
บิทคอยน์ ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ในช่วงเช้านี้ เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ เป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า และส่งผลให้บรรดาสินทรัพย์ปลอดภัยมีความน่าดึงดูดน้อยลง
มีรายงานว่า ณ เวลา 11.40 น.ตามเวลาไทย บิทคอยน์ร่วงลง 3,234 ดอลลาร์ หรือ 8.51% แตะที่ 34,751 ดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ราคาบิทคอยน์พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง โดยราคาพุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 42,000 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การทะยานขึ้นของบิทคอยน์จะสะดุดลง หลังจากพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
นายนูเรล รูบินี หรือ ดร.ดูม ผู้ที่เคยทายวิกฤติซับไพร์มได้อย่างถูกต้องเมื่อทศวรรษที่แล้ว และนายปีเตอร์ ชิฟฟ์ นักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้นสหรัฐ มองว่าบิทคอยน์เป็นสินทรัพย์เก็งกำไรที่ไม่มีคุณค่าในตัวเอง และฟองสบู่บิทคอยน์จะระเบิดออกในที่สุด
ส่วนนายแมทท์ มาลีย์ หัวหน้านักวิเคราะห์ของบริษัทมิลเลอร์ ทาบัค คาดการณ์ว่า บิทคอยน์อาจดิ่งลง 25-30% ในช่วงต้นปีนี้ พร้อมระบุว่า บิทคอยน์ได้เข้าสู่ภาวะที่มีแรงซื้อมากเกินไป และเริ่มมีภาวะฟองสบู่ ส่งผลให้บิทคอยน์จะเผชิญกับการปรับฐาน
นายมาลีย์กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2559 บิทคอยน์ได้ดิ่งลง 20% ถึง 10 ครั้ง, ร่วงลง 30% จำนวน 7 ครั้ง และ 48% จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งนักลงทุนไม่ควรประเมินต่ำเกินไปเกี่ยวกับการปรับตัวที่ผันผวนของบิทคอยน์





