วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โควิด-19 วิวัฒนาการสู่ 7 สายพันธุ์

โควิดกลายพันธุ์กำลังกลายเป็นประเด็นร้อน ปัจจุบันโลกกำลังรับมือกับโควิด-19 ที่แตกต่างไปจากสายพันธุ์เดิมจากจีนเมื่อเกือบ 1 ปีก่อน ถึงขณะนี้กลายพันธุ์ไปอย่างน้อย 7 สายพันธุ์แล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ปีที่ผ่านมาโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ถึงขณะนี้คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 1,725,501 คนแล้ว ไวรัสได้ปรับตัวเข้ากับมนุษย์ที่มันอาศัยอยู่จนกลายพันธุ์ไปอีกหลายสายพันธุ์

รอยเตอร์วิเคราะห์ตัวอย่างจีโนมกว่า 185,000 ตัวอย่างจากโครงการแบ่งปันข้อมูลไข้หวัดใหญ่โลก (จีไอเอสเอไอดี) ฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ชี้ให้เห็นว่า ไวรัสเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะนี้โควิด-19 แบ่งเป็น 7 สายพันธุ์

สายพันธุ์ต้นกำเนิดที่พบในเมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อเดือน ธ.ค.2562 เป็นสายพันธุ์แอล จากนั้นกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เอสเมื่อต้นปี 2563 ตามด้วยสายพันธุ์วีและจี ซึ่งสายพันธุ์จียังกลายพันธุ์ต่อเป็นสายพันธุ์จีอาร์, จีเอช และจีวี ส่วนอื่นๆ ที่กลายพันธุ์ไม่บ่อยนักรวมกันเป็นสายพันธุ์โอ

ในการระบาดช่วงแรกๆ ไวรัสกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ในเวลานั้นตัวอย่างที่รายงานมายังจีไอเอสเอไอดีมีการผสมผสานระหว่างสายพันธุ์มากขึ้น แต่เมื่อประเทศต่างๆ เริ่มปิดพรมแดนพบสายพันธุ์ใหม่น้อยลง ในประเทศที่สายพันธุ์จีทนทานมากขึ้นตอนนี้เริ่มกลายเป็นสายพันธุ์หลัก

อย่างไรก็ตาม โควิดใช้เวลาและอัตราวิวัฒนาการเป็นสายพันธุ์ใหม่แตกต่างกันในแต่ละประเทศและภูมิภาค ในเอเชียสายพันธุ์แอลดั้งเดิม ดำรงอยู่นานกว่าเนื่องจากหลายประเทศรวมทั้งจีนปิดพรมแดนและควบคุมการเดินทางอย่างรวดเร็ว ตรงข้ามกับอเมริกาเหนือและยุโรปที่ไม่ได้ควบคุมการเดินทางได้เข้มงวดเท่าในช่วงแรกๆ ทำให้สายพันธุ์จีกระจายและกลายพันธุ์ได้เร็วกว่า

แคธรีน เบนเนตต์ หัวหน้าภาควิชาระบาดวิทยา คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยดีคอิน เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย กล่าวว่า โควิดสายพันธุ์จีจำนวนมากติดในประชากรกลุ่มใหม่

“ไวรัสนี้กระจายในงานที่เป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ ซึ่งหมายความว่าไวรัสไม่ได้ติดต่อในรูปแบบเดียวแต่แตกต่างกันในหลายรูปแบบเนื่องจากการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน” นักวิชาการกล่าว

สายพันธุ์จีครองโลก

ตอนนี้สายพันธุ์จีระบาดไปทั่วโลก โดยD614G พบได้มากที่สุด การเพิ่มขึ้นของสายพันธุ์จีเกิดขึ้นพร้อมกับโควิด-19 ระบาดมากขึ้นทั่วโลก จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เปิดให้โควิดกลายพันธุ์รุกเข้าสู่พื้นที่ใหม่ๆ ความโดดเด่นของสายพันธุ์จีเห็นได้จากข้อมูลจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และไทย

ตอนที่ออสเตรเลียติดเชื้อระลอกสอง ตัวอย่างเกือบทั้งหมดมีแต่สายพันธุ์จี ชี้ว่า ออสเตรเลียขจัดการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ก่อนหน้าอย่างแอลและเอสไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมหลายประการ ทุกคลัสเตร์ของการระบาดระลอกสองในออสเตรเลียมาจากคนที่กลับจากต่างประเทศแล้วฝ่าฝืนการกักตัว

ความโดดเด่นเหนือสายพันธุ์อื่นของสายพันธุ์จีเห็นได้ชัดเมื่อดูสถานการณ์ในประเทศที่ติดเชื้อมากที่สุดในโลก สหรัฐครองแชมป์ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต การติดเชื้อส่วนใหญ่รวมถึงระลอก 1, 2 และ 3 เกิดขึ้นพร้อมๆ กับที่ได้ตัวอย่าง 3 สายพันธุ์จีเพิ่มขึ้น

ในอินเดียก็พบแบบเดียวกันการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย.-ก.ย. เกิดขึ้นพร้อมกับการพบตัวอย่างสายพันธุ์จีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โควิดกลายพันธุ์ในขณะนี้ยังไม่เหลือวิสัยวัคซีนที่พัฒนาได้แล้ว ในภูมิภาคอาเซียนสิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่วัคซีนมาถึงแล้ว

เว็บไซต์แชนแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคเดินทางตรงจากโรงงานผลิตในเมืองเพอร์ส ประเทศเบลเยียม โดยบริษัทขนส่งดีเอชแอล มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยประกอบไปจนถึงสนามบินนานาชาติในกรุงบรัสเซลส์

วัคซีนเหล่านี้ถูกบรรจุมาท่ามกลางน้ำแข็งแห้งในกล่องกันความร้อน ออกแบบมาเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับ -70 องศาเซลเซียส เย็นยิ่งกว่าฤดูหนาวแอนตาร์กติกา จากนั้นขนขึ้นเครื่องบินขนส่งสินค้าโบอิง 747-400 ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ออกจากกรุงบรัสเซลส์เมื่อคืนวันอาทิตย์ (20 ธ.ค.) แตะรันเวย์สนามบินชางงีเมื่อเวลา 19.36 น. วันจันทร์ (21 ธ.ค.)

เพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีนถูกเก็บไว้ในที่เย็น แต่ละกล่องจะติดเครื่องวัดอุณหภูมิและจีพีเอสบอกทำเลที่ตั้ง การที่แต่ละกล่องมีน้ำแข็งแห้งอยู่ภายในคอยรักษาอุณหภูมิของวัคซีนอยู่แล้ว ซึ่งไฟเซอร์บอกว่าถ้าไม่เปิดกล่องวัคซีนสามารถอยู่ได้นานถึง 10วัน จึงไม่จำเป็นต้องขนส่งกล่องบรรจุวัคซีนในตู้แช่เย็นจัด

เมื่อส่งไปแล้วกล่องกันความร้อนของไฟเซอร์สามารถใช้เป็นที่เก็บชั่วคราวได้นานถึง 1 เดือน หากเติมน้ำแข็งแห้งทุก 5 วัน ด้วยเหตุนี้ซัพพลายเออร์ในสิงคโปร์จึงเตรียมความพร้อมรับมือความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น

ส่วนสถานการณ์วัคซีนในประเทศอาเซียนอื่นๆ เว็บไซต์ aseanbriefing.com รวบรวมข้อมูลไว้ดังนี้

บรูไน ร่วมโครงการวัคซีน Covax และคาดว่าจะได้วัคซีนโควิด-19 ในไตรมาสแรกของปี 2564 ครอบคลุมประชากร 50% ตอนนี้กำลังเจรจากับซัพพลายเออร์รายอื่นด้วย

กัมพูชา คาดว่าจะนำเข้าวัคซีนจากจีนและรัสเซีย วัคซีนจีนยังอยู่ระหว่างทดลองทางคลินิก ส่วนรัสเซียเริ่มผลิตแล้ว กัมพูชายังได้ความช่วยเหลือทางการเงินจากออสเตรเลียด้วย

อินโดนีเซีย รับมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชุดแรกจากจีน จำนวน 1.2 ล้านโดส ผลิตโดยบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. แต่ปัญหาคือราคาค่อนข้างแพงที่ 2 แสนรูเปี๊ยะห์ต่อโดส

ลาว กำลังทดลองวัคซีนสปุตนิกไฟว์ของรัสเซีย และเจรจาให้จีนจัดหาให้ด้วย

มาเลเซีย นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ลงนามซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 12.8 ล้านโดสเตรียมฉีดวัคซีนฟรีให้ประชาชนแต่ชาวต่างชาติต้องเสียค่าใช้จ่าย เริ่มต้นได้ในไตรมาสแรกของปี 2564 ตั้งเป้าฉีดให้ประชากร 80-100%

เมียนมา กำลังขอความช่วยเหลือจากโครงการ Gavi และ Covax ขององค์การอนามัยโลก รวมทั้งได้ความช่วยเหลือทางการเงินจากออสเตรเลีย ปัจจุบันรัฐบาลตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่สุด 20% ตอนนี้ประเทศมีปัญหาทางการเงินและการขนส่ง ทั้งยังถูกสหรัฐคว่ำบาตร ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงทุกขณะ รัฐบาลสั่งห้ามเฉลิมฉลองคริสต์มาสและงานอื่นๆ

ฟิลิปปินส์ ตั้งเป้าฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือน มิ.ย.2564 คาดว่าตลอดปีจะฉีดวัคซีนได้ราว 25 ล้านคนหรือราว 25% ของประชากร

เวียดนาม สถาบันสุขอนามัยและระบาดวิทยาแห่งชาติ สังกัดกระทรวงสาธารณสุขลงนามข้อตกลงกับบริษัทเมดิเกน วัคซีน ของไต้หวัน จัดหาวัคซีน 3-10 ล้านโดสในปี 2564

นอกจากนี้เวียดนามกำลังผลิตวัคซีนของตนเอง โดยสถาบันวัคซีนและชีววิทยาการแพทย์ในเมืองนาจาง จับมือกับวิทยาลัยแพทย์ไอคาห์นในนิวยอร์กซิตี้ และองค์กรพัฒนาเอกชน PATH