รัฐบาลสวีเดน แนะประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมลดชั่วโมงรับประทานอาหารตามร้านอาหารทั่วประเทศเหลือ 4 ชั่วโมงจากเดิม 8 ชั่วโมงและห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทหลัง 2 ทุ่ม
“สเตฟาน ลอฟเฟน” นายกรัฐมนตรีสวีเดน เผยมาตรการคุมเข้มเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 ซึ่งจะเริ่มให้มีผลบังคับใช้ในเร็ววันนี้
คำประกาศของนายกรัฐมนตรีสวีเดน มีขึ้นหลังจากประเทศในยุโรปหลายประเทศรวมทั้งอิตาลีและออสเตรียประกาศล็อกดาวน์ประเทศในช่วงเทศกาลคริสต์มาส
สวีเดน ที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อประชาชนต้องอยู่ในที่สาธารณะมาโดยตลอด พบผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จำนวนเกือบ 360,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จำนวน 8,000 ราย สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านในแถบสแกนดิเนเวีย
ที่ผ่านมา สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ พระประมุของค์ปัจจุบันแห่งราชอาณาจักรสวีเดน ทรงตรัสผ่านงานแถลงข่าวประจำปีว่าทางรัฐบาลสวีเดนล้มเหลวในการปกป้องประชาชน จากการระบาดของโรคโควิด-19 และมองว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการที่ญาติครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ไม่ได้มีโอกาสร่ำลาก่อนจากกันไป
“ข้าพเจ้าคิดว่าเราล้มเหลว เรามีประชากรที่เสียชีวิตไปเยอะมาก ซึ่งข้าพเจ้ามองว่าแย่มาก” กษัตริย์สวีเดนทรงระบุ





