วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ดาวโจนส์’ปิดร่วง 124 จุด ท่ามกลางการซื้อขายผันผวน

ดัชนี‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดวันศุกร์ (18ธ.ค.)ปรับตัวร่วงลงในกรอบแคบ 124 จุด ท่ามกลางการซื้อขายผันผวน หลังจากนักลงทุนในตลาดเริ่มซึมซับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐและหุ้นของบริษัทเทสลาเข้ารวมในการคำนวณดัชนีเอสแอนด์พี 500 เป็นครั้งแรก

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมีปริมาณการซื้อขายสูงเป็นประวัติการณ์ในวันนี้ จากการที่หุ้นของบริษัทเทสลาเข้ารวมในการคำนวณดัชนีเอสแอนด์พี 500 เป็นครั้งแรก โดยเทสลามีมูลค่าตลาดมากกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 700% ในปีนี้ โดยเทสลาจะเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 7 ในดัชนีเอสแอนด์พี500

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 124.32 จุด หรือ 0.41% ปิดที่ 30,179.05 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 13.07 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 3,709.41 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วง 9.11 จุดหรือ 0.07% ปิดที่ 12,755.64 จุด

อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 0.5% เมื่อวันพฤหัสบดี(17ธ.ค.) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับความหวังที่ว่า สภาคองเกรสสหรัฐจะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยนักลงทุนคาดว่า สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) จะให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อวัคซีนของบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ในวันนี้ หลังจากให้การอนุมัติวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายที่ผันผวน และปริมาณการซื้อขายจำนวนมากในตลาดยังมีสาเหตุจากการที่วันนี้ตรงกับวัน quadruple witching ซึ่งเป็นวันครบกำหนดส่งมอบออปชั่นและสัญญาล่วงหน้ารายไตรมาสของหุ้นและดัชนีต่างๆพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้วันนี้เป็นวันที่มีการซื้อขายที่คึกคักมากที่สุดวันหนึ่งของปีนี้

นายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา กล่าวว่า แกนนำในสภาคองเกรสใกล้บรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยการเจรจาอาจดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์

สมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเห็นพ้องที่จะแยกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9.08 แสนล้านดอลลาร์ออกเป็นร่างกฎหมาย 2 ฉบับเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส โดยฉบับแรกจะมีวงเงิน 7.48 แสนล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาผู้ที่ตกงานและธุรกิจขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขณะที่อีกฉบับหนึ่งจะมีวงเงิน 1.60 แสนล้านดอลลาร์เพื่อให้ความช่วยเหลือมลรัฐต่างๆ

หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงจะทำให้หน่วยงานของรัฐบาลเผชิญภาวะชัตดาวน์ในวันที่ 19 ธ.ค. และชาวอเมริกันที่ตกงานจะไม่ได้รับเงินชดเชยจากสวัสดิการว่างงานในวันที่ 26 ธ.ค.

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ได้รับการอนุมัติแล้ว และจะมีการจัดส่งวัคซีนดังกล่าวให้แก่ชาวสหรัฐในทันที

“วัคซีนโมเดอร์นาได้รับการอนุมัติอย่างท่วมท้นแล้ว และจะมีการจำหน่ายจ่ายแจกในทันที” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความดังกล่าว ก่อนที่เอฟดีเอจะมีมติให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อวัคซีนของโมเดอร์นา

เมื่อวานนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาของเอฟดีเอ มีมติอนุมัติให้ใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของโมเดอร์นาเป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่เอฟดีเอจะให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาของเอฟดีเอ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก มีมติด้วยคะแนนเสียง 20 ต่อ 0 อนุมัติให้ใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นาเป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งอาจจะทำให้เอฟดีเอ ให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการในวันนี้ และจะเป็นการอนุมัติวัคซีนตัวที่ 2 ในสหรัฐ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เอฟดีเออนุมัติวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ และไบออนเท็ค เป็นกรณีฉุกเฉิน และเริ่มทำการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.