ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(10ธ.ค.)ปรับตัวลง 69 จุด หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานพุ่งเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ขณะโควิดยังระบาดไม่หยุด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลงในกรอบแคบ 69.55 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 29,999.26 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 4.72 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 3,668.10 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 66.86 จุด หรือ 0.54% ปิดที่ 12,405.81 จุด
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ 853,000 รายในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 ธ.ค. เพิ่มขึ้น 137,000 รายจากระดับ 716,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 725,000 ราย เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายรัฐต้องกลับมาคุมเข้มหรือล็อกดาวน์ และทำให้ภาคธุรกิจที่กำลังเริ่มจะฟื้นต้องกลับมาหยุดชะงักอีก
ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกดีดกลับขึ้นมาอยู่ที่เหนือระดับ 800,000 รายอีกครั้ง หลังจากที่อยู่ต่ำกว่า 800,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกันเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า จากที่เคยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์แตะระดับ 6.9 ล้านรายในช่วงปลายเดือนมี.ค. โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ภาคธุรกิจปิดกิจการ และมีการปลดพนักงานจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาการประชุมคณะกรรมการของเอฟดีเอสหรัฐในเช้าวันพฤหัสบดี โดยที่ประชุมจะพิจารณาคุณสมบัติของวัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์ ซึ่งหากคณะกรรมการเห็นพ้องให้การอนุมัติวัคซีนดังกล่าวเอฟดีเอจะประกาศการอนุมัติอย่างเป็นทางการหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน





