ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ(9ธ.ค.)ปรับตัวร่วงลง 105 จุด เหตุนักลงทุนเริ่มท้อใจเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐของสภาคองเกรส
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 105.07 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 30,068.81 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 29.43 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 3,672.82 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 243.82 จุด หรือ 1.94% ปิดที่ 12,338.95 จุด
หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เช่น สายการบิน และธุรกิจเรือสำราญ ต่างพุ่งขึ้นในวันนี้
ทั้งนี้ อังกฤษได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครั้งใหญ่ให้แก่ประชาชนวานนี้ โดยเริ่มจากกลุ่มผู้สูงอายุ และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการฉีดวัคซีนนี้ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศต่างๆ
แต่นักลงทุนยังคงจับตาการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ รวมทั้งการออกกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล (ชัตดาวน์)
นายโจ แมนชิน วุฒิสมาชิกสังกัดพรรคเดโมแครต กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจะสามารถเห็นพ้องกันในวันนี้เกี่ยวกับรายละเอียดส่วนใหญ่ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
“ขณะนี้สมาชิกพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างก็ต้องการบรรลุข้อตกลง ซึ่งเราคาดว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะแล้วเสร็จ 90% ในวันนี้” นายแมนชินกล่าว
นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา แสดงความหวังว่า สภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการออกกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ภายในวันที่ 11 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐจะเผชิญภาวะชัตดาวน์
นางเพโลซีและนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้หารือกันเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9.16 แสนล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการจัดสรรเงินช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นในรัฐต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้มีการจัดสรรเงินสนับสนุนรัฐต่างๆ ในขณะที่พรรครีพับลิกันแสดงท่าทีคัดค้าน





