ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ(2ธ.ค.)ปรับตัวขึ้น 73 เซนต์ เหตุนักลงทุนในตลาดมีความหวังมากขึ้นว่าอุปสงค์น้ำมันจะฟื้นตัวหลังจากอังกฤษอนุมัติวัคซีนต้านโควิด-19 และนักลงทุนยังจับตาผลการประชุมด้านนโยบายการผลิตน้ำมันของโอเปกพลัสวันนี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 73 เซนต์ ปิดที่ 45.28 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกพ. เพิ่มขึ้น 83 เซ็นต์ ปิดที่ 48.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
โอเปกพลัสได้ตัดสินใจเลื่อนการประชุมเป็นวันพฤหัสบดีนี้ จากเดิมที่มีกำหนดเสร็จสิ้นในวันอังคาร เนื่องจากประเทศสมาชิกยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับนโยบายการผลิตน้ำมัน
ก่อนหน้านี้ โอเปกพลัสตัดสินใจปรับลดกำลังการผลิต 7.7 ล้านบาร์เรล/วันจนถึงสิ้นปี 2563 ก่อนที่จะลดกำลังการผลิตเพียง 5.8 ล้านบาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนม.ค.2564 ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาร์เรล/วันจากโอเปกพลัสไหลเข้าสู่ตลาดน้ำมันโลก
รายงานระบุว่า รัฐมนตรีพลังงานกลุ่มโอเปกพลัสกำลังหารือกันว่า ควรจะเพิ่มการผลิตน้ำมันในเดือนม.ค.ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ หรือจะยังคงปรับลดกำลังการผลิตในระดับปัจจุบันต่อไป ขณะที่รัฐมนตรีของบางประเทศมองว่า ขณะนี้ตลาดยังคงอยู่ในภาวะเปราะบางเกินกว่าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ส่วนรัฐมนตรีอีกจำนวนหนึ่งเห็นสมควรให้ปรับเพิ่มการผลิต
ทั้งนี้ รัสเซียมีท่าทีสนับสนุนให้โอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไปในเดือนม.ค.2564 ขณะที่คาซัคสถานได้แสดงจุดยืนคัดค้านการขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิต และสนับสนุนให้มีการเพิ่มการผลิตน้ำมันเช่นกัน
การที่โอเปกพลัสยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้นั้น มีแนวโน้มที่จะสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน โดยนักวิเคราะห์จากดอยช์แบงก์ คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะทรุดตัวลงถึง 10% หากที่ประชุมโอเปกพลัสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรล/วันออกไปอีก 3-4 เดือน
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 700,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล
สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.15 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว
อีไอเอ ยังเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ ลดลง 300,000 บาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาร์เรล
นอกจากนี้ สต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 100,000 บาร์เรล





