วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

จาก 'ของมันต้องมี' สู่อาชีพดาวรุ่ง ‘จัดบ้านนักช้อป’ แห่งแดนมังกร

ความคลั่งไคล้แบรนด์เนมสำหรับหลายๆ คนเป็นอาการที่ห้ามใจไม่ไหว ขนซื้อมาเก็บไว้เต็มบ้าน จนต้องถึงมือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดบ้าน ที่กลายเป็นอาชีพรุ่งแดนมังกรในตอนนี้

ความคลั่งไคล้แบรนด์เนมสำหรับหลายๆ คนเป็นอาการที่ห้ามใจไม่ไหว ขนซื้อมาเก็บไว้เต็มบ้านจนจำไม่ได้ แถมบ้านยังรกจนต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจัดบ้าน ซึ่ง เฉิน รุ่ย วัย 32 ปี เป็นหนึ่งในนั้น

“คุณหาเจอได้ไงเนี่ย” เฉิน ตื่นตะลึงเมื่อทีมจัดบ้านมืออาชีพขุดแจ็กเก็ตเบอร์เบอรี่เจอจากกองเสื้อผ้าในตู้ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ กลางกรุงปักกิ่ง ที่เจ้าตัวเองก็ลืมไปแล้วว่าเคยซื้อแจ็กเก็ตตัวนี้

การเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของจีนตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้คนจีนใช้จ่ายเงินมือเติบ เศรษฐีใหม่กล้าทุ่มซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคาแพงเพื่อยกระดับสถานะของตนให้ดูดีขึ้น

รายงานความหรูหราของจีน ประจำปี 2562 จัดทำโดยบริษัทแมคคินซีย์ ระบุว่า ผู้บริโภคชาวจีนช้อปสินค้าหรูหราคิดเป็น 1 ใน 3 ของทั้งโลก

แม้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม่ (โควิด-19) ที่นับถึงขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะทำให้ความอยากช้อปปิ้งของชาวจีนลดน้อยลง แต่มหกรรมช้อปใหญ่สุดของโลกใน วันคนโสด 11.11 หรือ 11 พ.ย. กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อวัดความเชื่อมั่นผู้บริโภคแดนมังกร

อย่างไรก็ตาม ในยุคที่ผู้คนซื้อของจากบ้านได้ การไล่ตามแฟชั่นก็มีข้อเสียด้วย แม่บ้านอย่างเฉินเล่าว่า ตู้เสื้อผ้าของเธอที่เต็มไปด้วยแบรนด์ดังตั้งแต่หลุยส์วิตตอง ชาเนล ไปจนถึง ปราด้า และกุชชี เป็นสาเหตุให้เธอต้องทะเลาะกับสามีบ่อยครั้ง

“ฉันไม่เคยทิ้งเสื้อผ้าเลยนะ มีแต่จะซื้อมาเพิ่ม” อดีตครูยอมรับและว่าเธอชอบทำอะไรตามใจตัวเอง “ฉันไม่เห็นต้องเข้มงวดกับตัวเองนี่”

แต่เมื่อแก้ปัญหาเสื้อผ้าพอกพูนไม่ไหว เฉินจึงต้องว่าจ้างทีมงานจัดบ้านมือดี 4 คน มาช่วยกอบกู้ตู้เสื้อผ้า

ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 ในชุดยูนิฟอร์มสีดำ เข้ามาเก็บกวาดรอบๆ อพาร์ตเมนต์ระดับไฮเอนด์ของเฉิน รื้อเสื้อผ้าออกมาได้กว่า 1,000 ชิ้น กระเป๋าแบรนด์เนมอีกหลายสิบใบ

หัวหน้าทีมคือ อู๋ เจ้อชิน หนึ่งในหลายพันคนที่จบการศึกษาสถาบันการจัดบ้าน Liucundao ที่นี่สอนศิลปะการจัดระเบียบจากความโกลาหลของนักช้อปชาวจีน

เปียน ลี่ฉวน ผู้ก่อตั้งโรงเรียนกล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมที่กำลังมาแรงมีมืออาชีพกว่า 3,000 คน สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนคาดการณ์ว่า ผลตอบแทนของธุรกิจปีนี้อาจสูงเกินแสนล้านหยวน (1.49 หมื่นล้านดอลลาร์)

ช่วงโควิด-19 ระบาด เปียนกล่าวว่า ธุรกิจได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 400% เนื่องจากผู้คนอยู่บ้านมากขึ้นจึงพากันท่องอินเทอร์เน็ต มองหาว่าจะซื้ออะไรเพิ่ม

ฮั่น หยงกัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดบ้านเล่าว่า ลูกค้าของเขาผู้กล้าทุ่มเงินถึง 2,000 ดอลลาร์ในการจัดบ้านต่อครั้ง ซึ่งกินเวลา 2 วัน ปกติแล้วมีรายได้ปีละกว่า 1 ล้านหยวน

“ผมทำรายได้มากกว่าตอนเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์เสียอีก” ฮั่นกล่าว

แต่แตกต่างจากคำแนะนำของ มาริเอะ คนโด กูรูด้านการจัดบ้านชาวญี่ปุ่น ที่เทคนิคการทิ้งอันโด่งดังของเธอสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหลายล้านคนหันมาจัดระเบียบบ้าน เปียนและทีมงานไม่เคยชักชวนให้ลูกค้าทิ้งของ หรือขอให้พวกเขาซื้อให้น้อยลง แต่พวกเขาสอนวิธีเก็บและใช้การออกแบบอย่างฉลาด เช่น ใช้ไม้แขวนบางเฉียบ

“ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดไร้ประโยชน์” พวกเขาเชื่อเช่นนั้น

เปียนก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน หลังจากสังเกตเห็นช่องว่างทางการตลาดในช่วงที่ชนชั้นกลางขยับฐานะขึ้นอย่างรวดเร็ว

“เมื่อก่อนคนคิดว่าเราเป็นพนักงานทำความสะอาด แต่ตอนนี้เราได้รับการเคารพมาก” เปียนเล่าว่าตอนนี้บริการของเธอเป็นความจำเป็นสำหรับลูกค้า

“เรารู้แม้กระทั่งว่าพวกเขามีชุดชั้นในกี่ชุด เราสร้างชีวิตดีๆ ให้กับพวกเขา”

นอกจากเศรษฐกิจจีนโตขึ้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาแล้ว อีคอมเมิร์ซและโมบายคอมเมิร์ซยังเป็นตัวเร่งให้เกิดนิสัยช้อปกระหน่ำด้วย

กระทรวงคมนาคมจีนเผยว่า ปีนี้จำนวนพัสดุด่วนเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 60 ชิ้นต่อคน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกราว 2 เท่า

หลิว เวิ่นจิง จากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยชิงหวา กล่าวว่า อีคอมเมิร์ซได้สร้างวัฒนธรรมช้อปออนไลน์ที่ไหนเวลาใดก็ได้ แต่เปียนโต้แย้งว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การบริโภคล้นเกิน หรือจิตวิทยาของการใช้จ่าย แต่เป็นความท้าทายของการหาที่เก็บเสื้อผ้าในเมืองประชากรหนาแน่นของจีนมากกว่า

“เป้าหมายของเราคือจัดพื้นที่ ไม่ได้แก้นิสัยคน” เจ้าสำนักจัดบ้านอันลือลั่นของจีนสรุป ซึ่งก็นำมาลองปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ แม้ไม่ใช่นักจัดบ้านมืออาชีพ