ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (11พ.ย.)ปรับตัวร่วงลง 23จุด หลังจากนักลงทุนหันกลับไปหาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แทนกลุ่มธุรกิจอื่นๆที่มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ และกำลังประเมินความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 กับกรอบเวลาของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวร่วงลง 23.29 จุด หรือ 0.08% ปิดที่ 29,397.63 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 27.13 จุด หรือ 0.77% ปิดที่ 3,572.66 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 232.58 จุด หรือ 1.37% ปิดที่ 11,786.43 จุด
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 1,000 จุด หรือราว 4% นับตั้งแต่วันจันทร์ ขานรับความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการคว้าชัยชนะของนายโจ ไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งข่าวความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ เช่น สายการบิน ค้าปลีก และธุรกิจเรือสำราญ ต่างปรับตัวขึ้น
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ดีดตัวขึ้นในวันนี้เช่นกัน
ด้านโกลด์แมน แซคส์ประกาศปรับตัวเลขเป้าหมายดัชนี S&P 500 ในปีนี้และปีหน้า ขานรับความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน
ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มตัวเลขเป้าหมายดัชนี S&P 500 ในช่วงสิ้นปีนี้สู่ระดับ 3,700 จุด และสิ้นปีหน้าสู่ระดับ 4,300 จุด ขานรับ 2 ปัจจัยดังกล่าว
“ถึงแม้นักลงทุนให้ความสำคัญต่อนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่วัคซีนโควิด-19 ถือเป็นปัจจัยสำคัญกว่าในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในปี 2564” โกลด์แมน แซคส์ระบุ
นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ยังได้ปรับเพิ่มตัวเลขเป้าหมายดัชนี STOXX 600 ของตลาดหุ้นยุโรปในช่วงสิ้นปีหน้าสู่ระดับ 430 จุด โดยได้รับอานิสงส์จากการที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนโควิด ขณะที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนมีกำไรเพิ่มขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานขึ้นอย่างมากในช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังจากที่ไฟเซอร์ อิงค์ บริษัทยารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และ BioNTech บริษัทยาของเยอรมนี แถลงความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยมีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกันไวรัสสำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน และทางบริษัทจะจดทะเบียนวัคซีนต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) ในสัปดาห์หน้า ขณะที่คาดว่าจะมีการผลิตวัคซีน 50 ล้านโดสภายในปีนี้ และ 1,300 ล้านโดสในปีหน้า ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19





