ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และนางเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง จะเดินทางไปยังสุสานทหารแห่งชาติอาร์ลิงตันในวันพุธ (11 พ.ย.) เพื่อทำพิธีไว้อาลัยเนื่องในวันทหารผ่านศึก
การเดินทางไปเยือนสุสานทหารดังกล่าวถือเป็นการปรากฎตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกของปธน.ทรัมป์ นับตั้งแต่ที่นายโจ ไบเดน ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เมื่อวันอังคาร(10พ.ย.) ว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวกับผู้สนับสนุนที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ กรณีที่คณะทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ ปฏิเสธที่จะเดินหน้ากระบวนการถ่ายโอนอำนาจว่า เรื่องนี้ไม่มีผลต่อการดำเนินการของตน เพราะกระบวนการถ่ายโอนอำนาจได้เริ่มต้นไปแล้ว และยังมองว่าการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่น่าอับอาย
วันเดียวกันนี้ ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดน ต่อสายตรงพูดคุยกับผู้นำเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ เกี่ยวกับการประสานความร่วมมือด้านสาธารณสุข การแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นความมั่นคง และความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
จนถึงขณะนี้ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.จากทั่วประเทศยังไม่ได้มีการรับรองและประกาศอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวในสหรัฐที่ติดตามผลการเลือกตั้งเชื่อมั่นว่า อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนคือผู้ที่คาดว่าจะชนะการเลือกตั้ง หลังจากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนคณะผู้แทนการเลือกตั้งเกิน 270 คะแนนจากทั้งหมด 538 คะแนนทั่วประเทศ
ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังไม่ยอมประกาศรับความพ่ายแพ้ และยังยืนยันว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ ทั้งยังขอเดินหน้าสู้ศึกในศาลเพื่อพิสูจน์ว่าตนคือผู้ชนะ
คณะทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ ยังไม่เริ่มต้นกระบวนการถ่ายโอนระบบการบริหารราชการ ให้กับคณะทำงานของว่าที่ประธานาธิบดีไบเดน หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความราบรื่นในการถ่ายโอนอำนาจจากทรัมป์สู่ไบเดน





