“เอชเคเอกซ์เพรส” สายการบินราคาประหยัดจากฮ่องกงโดดร่วมวง "เที่ยวบินไม่ต้องบินไปไหน" ขนสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ขึ้นเครื่องเที่ยวแรก ถูกนักสิ่งแวดล้อมวิจารณ์ยับ
“เอชเคเอกซ์เพรส” ที่ตอนนี้มีคาเธ่ย์แปซิฟิกเป็นเจ้าของ หยุดบินมานานหลายเดือนแล้วเนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ระบาด คราวนี้ได้ทีร่วมวง “เที่ยวบินไม่ต้องบินไปไหน” พาผู้โดยสารราว 110 คนเหินฟ้าเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี ชมทิวทัศน์รอบเกาะแล้วลงจอดกินเวลา 90 นาที ถือเป็นสายการบินล่าสุดที่ต้องใช้กลยุทธ์นี้ท่ามกลางวิกฤติการบินร้าวลึก หลังจากสายการบินในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และไต้หวัน เสนอทริปสั้นๆ ขึ้นลงสนามบินเดิมหาเงินมาต่อลมหายใจ แต่เอชเคเอกซ์เพรสอธิบายว่า เที่ยวบินไม่ต้องบินไปไหน เป็นการซ้อมมือก่อนเริ่มต้นเดินทางกันจริงๆ
“เหมือนเป็นการวอร์มอัพให้ผู้โดยสารมีความพร้อมสำหรับนิวนอร์มอล ผู้โดยสารไม่ได้บินมานานแล้ว เราอยากให้ความรู้พวกเขาเรื่องมาตรการป้องกันโควิด-19 ของสายการบินและระเบียบปฏิบัติใหม่ๆ บนเครื่อง” ไอริส โฮ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เอชเคเอกซ์เพรสเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี
เอชเคเอกซ์เพรสเผยว่า จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินไม่ต้องบินไปไหนในเดือน พ.ย. ราคา 388 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1,500 บาท) ถูกกว่าทริปแบบเดียวกันของสายการบินอื่น ซึ่งตั๋วขายหมดแล้ว บนเครื่องผู้โดยสารต้องนั่งห่างกันตามกฎเว้นระยะ ไม่มีบริการอาหาร ไม่มีนิตยสารให้อ่าน
เอชเคเอกซ์เพรสไม่ได้ระบุว่าการบินโดยใช้เครื่องบินแอร์บัส 320 นี้ทิ้งรอยเท้าคาร์บอนไว้ปริมาณเท่าใด
แต่จากการคำนวณของคาเธ่ย์แปซิฟิก การเดินทาง 90 นาทีจากฮ่องกงสู่เกาสงของไต้หวัน ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 0.06 ตันต่อผู้โดยสาร 1 คน
ด้าน ทอม อึ้ง นักรณรงค์จากกรีนพีซฮ่องกง วิจารณ์เที่ยวบินแบบนี้ว่า เป็นแคมเปญที่ไม่จำเป็น มีแต่จะสร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
“เที่ยวบินไม่ต้องบินไปไหนไม่ตอบโจทย์อะไรเลย นอกจากสิ้นเปลืองพลังงานอย่างเดียว สวนทางกับความพยายามปกป้องสิ่งแวดล้อม” อึ้งวิจารณ์พร้อมเรียกร้องให้เอชเคเอกซ์เพรสยกเลิกเที่ยวบินที่จะทำต่อไปในอนาคต
ก่อนหน้านี้สิงคโปร์แอร์ไลน์ก็มีแนวคิดคล้ายกัน แต่ต้องยกเลิกไปหลังถูกวิจารณ์เรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงเปลี่ยนแผนใช้เครื่องบินแอร์บัส เอ380 ทำเป็นร้านอาหารแทน บริการอาหารบนเครื่องบินเต็มรูปแบบตามชั้นโดยสาร ลูกเรือแต่งยูนิฟอร์มคอยเสิร์ฟอาหารเหมือนตอนบินจริง





