รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะหาเสียงของ“โจ ไบเดน” โต้เถียงกันเมื่อวันอาทิตย์ (6ก.ย.)เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อีก 8 สัปดาห์ข้างหน้า
สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ไปออกรายการ “ฟ็อกซ์ นิวส์ ซันเดย์" พร้อมอ้างเครดิตตัวเลขอัตราการว่างงานเดือนส.ค.ที่ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 8.4% และการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านตำแหน่ง ว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวจากช่วงที่เลวร้ายที่สุดเพระการระบาดของโรคโควิด-19
มนูชิน กล่าวว่า สหรัฐจะมีตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจที่สูงเป็นปรากฎการณ์ในช่วงไตรมาสที่สามของปีนี้ แต่ก็ย้ำว่า จำเป็นต้องมีการจ้างงานเพิ่มอีกอย่างน้อย 7.5 ล้านตำแหน่งเพื่อชดเชยส่วนที่หายไปตั้งแต่เดือนมี.ค. ซึ่งขณะนั้นสหรัฐมีอัตราการว่างงานเพียง 3.5% ถือเป็นตัวเลขว่างงานต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี
ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดใหญ่ในสหรัฐเมื่อต้นปีนี้ มีชาวอเมริกันจำนวนกว่า 50 ล้านคน ที่ติดต่อขอรับสวัสดิการชดเชยการว่างงานในช่วงใดช่วงหนึ่งของปี และมีเจ้าของกิจการที่ต้องออกจากธุรกิจจำนวนมาก
ด้านวุฒิสมาชิก“คามาลา แฮร์ริส” จากพรรคเดโมแครต ผู้ลงสมัครร่วมกับไบเดนในตำแหน่งรองประธานาธิบดี ไปออกรายการของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอาทิตย์เช่นกันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ล้มเหลวและไม่มีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่เกิดการระบาด
“รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ใช้มาตรวัดทางเศรษฐกิจโดยอ้างอิงจากสถานะความเป็นอยู่ของคนร่ำรวยเท่านั้น แต่ละเลยคนชั้นกลางและคนรายได้ต่ำ”วุฒิสมาชิกแฮร์ริส กล่าว
ขณะนี้ รัฐสภาสหรัฐกำลังพิจารณาเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ที่จะให้แก่คนอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยรัฐมนตรีมนูชิน กล่าวว่าจะพยายามผลักดันให้มีการอนุมัติความช่วยเหลือดังกล่าวในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามต่อไป แม้ว่าทั้งสองพรรคยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่มากเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือชุดใหม่ก็ตาม
เมื่อวันศุกร์ (4ก.ย.)สำนักงานสถิติแรงงาน กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านตำแหน่งในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.255 ล้านตำแหน่ง สะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่หยุดชะงักไปจากผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจ้างงานเดือนส.ค.ชะลอตัวลงจากที่เพิ่มขึ้น 1.73 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. และลดลงอย่างมากจากที่เพิ่มขึ้น 4.79 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย.
ส่วนอัตราการว่างงานเดือนส.ค. ลดลงสู่ระดับ 8.4% จากระดับ 10.2% ในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 9.8% โดยนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่อัตราว่างงานของสหรัฐอยู่ต่ำกว่าระดับ 10% แต่อัตราว่างงานยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสถิติในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด โดยอัตราว่างงานอยู่ที่ระดับ 3.5% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำในรอบ 50 ปี
รายงานระบุว่า ตัวเลขจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนส.ค.ได้รับแรงหนุนจากการจ้างงานภาครัฐที่เพิ่มขึ้น 344,000 ตำแหน่ง หรือ 25% ขณะที่การจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 1 ล้านตำแหน่ง โดย
ภาคค้าปลีกจ้างงานเพิ่มขึ้น 249,000 ตำแหน่ง บริการธุรกิจและวิชาชีพเพิ่ม 197,000 ตำแหน่ง และภาคการท่องเที่ยวและการบริการ ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดหนักที่สุด เพิ่มขึ้น 174,000 ตำแหน่ง





