ราคาทองฟิวเจอร์ ปรับตัวลงเกือบ 7 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) แตะระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ เพราะถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือน ธ.ค. ร่วงลง 6.90 ดอลลาร์ หรือเกือบ 0.4% ปิดที่ราคา 1,937.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นับเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบสัปดาห์
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจะลดความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น แต่ถึงแม้ราคาทองย่อตัวลงในวันพฤหัสบดี ทองคำก็ยังถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ทำราคาดีที่สุดในปีนี้ โดยพุ่งขึ้นราว 28% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ขานรับการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก
นอกจากนี้ นักลงทุนพากันเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 26 ล้านราย และมียอดผู้เสียชีวิตมากกว่า 8 แสนราย
นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาทองจะยังคงปรับตัวในช่วงกว้าง โดยมีแนวรับที่ระดับ 1,910 ดอลลาร์ และแนวต้านอยู่ที่ 1,985 ดอลลาร์
ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ราคาทองยังคงมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นต่อไป โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกหลายปี
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ในวันศุกร์นี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.255 ล้านตำแหน่งในเดือนส.ค.
เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.763 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.48 ล้านตำแหน่ง แต่ต่ำกว่าระดับ 4.791 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 10.2% โดยต่ำกว่าระดับ 11.1% ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 10.6%





