ราคาทองคำปิดลดลงเกือบ 7 ดอลลาร์ในวันพุธ (24 มิ.ย.) หลุดจากระดับนิวไฮในรอบกว่า 7 ปี หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและนักลงทุนแห่ขายทองและสินทรัพย์อื่น ๆ เพื่อตุนเงินสด เนื่องจากวิตกการระบาดรอบใหม่ของโควิด-19
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือน ส.ค. ในตลาดนิวยอร์ก ลดลง 6.90 ดอลลาร์ (0.40%) ปิดที่ 1,775.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2555 ซึ่งปิดที่ 1,782.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันอังคาร (23 มิ.ย.)
"นักลงทุนกำลังมุ่งไปหาเงินสด พวกเขาต่างลดขนาดพอร์ตของตัวเอง" นายไมเคิล มาทูเซ็ค หัวหน้าเทรดเดอร์จากบริษัทยูเอส โกลบอล อินเวสเตอร์ กล่าวบรรยากาศการลงทุน ท่ามกลางตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น "เมื่อสถานการณ์มีความเสี่ยงสูงแทบทุกด้าน จะเห็นคนพากันขายทอง แต่เป็นปริมาณเล็กน้อยจากทั้งหมด"
ในปีนี้ ราคาทองคำเพิ่มขึ้นเกือบ 16% แล้ว แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นและการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก ในขณะที่ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการลดค่าเงิน
องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นในสหรัฐ จีน และละตินอเมริกา ซึ่งยิ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการแพร่ระบาดระลอกใหม่
จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ สร้างความกังวลว่า รัฐบาลอาจจำเป็นต้องล็อคดาวน์อีกรอบ ซึ่งจะยิ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจซ้ำเติมอีก
ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันทั่วสหรัฐในวันอังคาร (23 มิ.ย.) พุ่งแตะ 35,588 คน ถือเป็นวันที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาด เป็นรองเพียงสถิติสูงสุด 36,426 คนของเมื่อวันที่ 24 เม.ย.





