องค์การอนามัยโลก หวัง สหรัฐ ทบทวนแผนระงับเงินอุดหนุนประจำปี ยืนยัน ต้องการร่วมสืบหน้าความจริงต้นตอโควิด-19 ในจีน
ดร.ซีเนท ฟิสเสฮาร์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวเสนอแนะให้สหรัฐทบทวนแผนการระงับเงินสนับสนุนองค์การอนามัยโลกอีกครั้ง พร้อมกับชี้ว่า การยุติการให้เงินอุดหนุนหน่วยงานด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศครั้งนี้จะสร้างความเสียหายครั้งใหญ่
ด้าน ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุสผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวยืนยันว่า อนามัยโลกได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขตั้งแต่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นมีผู้ติดเชื้อเพียง 82 รายและไม่มีผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีนที่เป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นหมายความว่า ทั่วโลกมีเวลามากพอที่จะเตรียมการรับมือกับไวรัสโคโรน่า นี่เป็นเหตุผลที่อนามัยโลกไม่รีรอจะส่งเจ้าหน้าที่ไปยังประเทศจีน เพื่อสืบหาต้นตอของไวรัสตั้งแต่เดือนก.พ. แม้ว่าทั่วโลกจะไม่เห็นด้วยที่จะส่งคนเข้าไปในประเทศจีนช่วงการระบาดหนักตอนนั้นก็ตาม
เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐให้เงินสนับสนุนองค์การอนามัยโลก 450 ล้านดอลลาร์ จากงบประมาณของอนามัยโลกทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ก่อนที่ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศเมื่อกลางเดือนเมษายนให้ระงับการให้เงินอุดหนุนองค์การอนามัยโลกเป็นเวลา 90 วัน สืบเนื่องจากบทบาทของอนามัยโลกที่บริหารจัดการผิดพลาดและปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดของโควิด-19
ขณะที่ ดร. เกาเดน เกลี ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประจำกรุงปักกิ่ง เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลกทราบว่า ในขณะนี้ จีนเปิดการสืบสวนหาต้นตอของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ภายในประเทศ เพื่อให้เกิดความกระจ่างเกี่ยวกับที่มาของการแพร่ระบาดไวรัสชนิดนี้ โดยดับเบิลยูเอชโอหวังว่า จะมีโอกาสร่วมมือจากจีนในอนาคตอันใกล้
ส่วน นายทาริค จาซาเรวิช โฆษกองค์การอนามัยโลกแถลงว่า ดับเบิลยูเอชโออยากได้รับคำเชิญจากรัฐบาลจีน และทำงานร่วมกับองค์การระหว่างประเทศ ในการเข้าไปร่วมสอบสวนเกี่ยวกับต้นตอของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์หลายประเทศ เชื่อว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่อันตรายแพร่จากสัตว์สู่คน อุบัติขึ้นในประเทศจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว อาจจะมาจากตลาดค้าสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน โดยแนวคิดนี้กลับตรงข้ามกับความคิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไม่เห็นด้วยและมั่นใจ ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นจากตัดต่อขึ้นในห้องแล็บของจีน





