องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ)เตือนว่า ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กำลังเคลื่อนตัวจากทวีปยุโรปไปสู่ทวีปอเมริกา
คริสเตียน มอเรลส์ เฟอริมานน์ ผู้แทนองค์การอนามัยแห่งภูมิภาคอเมริกา และองค์การอนามัยโลกในเม็กซิโก ประกาศเตือนว่า ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรคโควิด-19 กำลังเคลื่อนตัวจากทวีปยุโรปไปสู่ทวีปอเมริกา ซึ่งทวีปอเมริกามีเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อยในการเตรียมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง โดยทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวมกันอยู่ที่ 925,291 ราย และมีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 44,000 ราย
“สิ่งที่เราหนีไม่พ้นคือเรากำลังจะเผชิญกับช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของการแพร่ระบาดในภูมิภาคนี้และในเม็กซิโก” มอเรลส์ กล่าวและเสริมว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมระบบ (ซีเอสเอสอี) ของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ รายงานว่า เม็กซิโก มียอดผู้ป่วย 10,544 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 970 ราย เมื่อนับถึงวันพุธ (22 เม.ย.) โดยประชาชนจะต้องร่วมมือกันเว้นระยะห่างทางสังคมและปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัย เพื่อช่วยลดปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล
ส่วนในทวีปอเมริกาใต้ ประเทศชิลี มีรายงานการตรวจพบผู้ป่วย 11,296 ราย และพบผู้ป่วยเสียชีวิต 160 ราย หลังจากตรวจพบผู้ป่วยเพิ่ม 464 ราย ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 13 ราย โดยทางการชิลีได้ประกาศในเบื้องต้นว่าจะเปิดเศรษฐกิจและโรงเรียนในเดือนพ.ค.
ขณะที่ยอดผู้ป่วยและผู้ป่วยเสียชีวิตในเปรู รวมอยู่ที่ 19,250 และ 530 ราย ตามลำดับ โดยมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 1,413 ราย
“ไวรัสตัวนี้แพร่กระจายได้ง่ายมากและสามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนเมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกัน ดังนั้นจำเป็นต้องระมัดระวังให้ดีสำหรับกิจกรรมใดๆ ที่จะกลับมาสู่ภาวะปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการติดต่อสัมผัสระหว่างกันเกิดขึ้น” วิกเตอร์ ซาโมรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปรู กล่าวพร้อมเสริมว่า รัฐบาลระมัดระวังอย่างมากเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการปิดเมือง





