วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วัคซีนโควิด-19’ ความหวังกลางวิกฤติ

ในช่วงที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดไปทั่วโลก สถานการณ์รุนแรงไร้ทางออก ทุกคนต่างเฝ้าคอยว่าเมื่อใดจะมีวัคซีนมาป้องกันไวรัสร้าย ครั้นเจ้าหน้าที่สหรัฐพูดถึงการทดลองวัคซีน เหมือนจุดประกายความหวังขึ้นมาบ้าง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นไอเอช) แถลงเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า นักวิทยาศาสตร์ของสถาบัน ร่วมมือกับบริษัทไบโอเทคโนโลยี “โมเดอร์นา” ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ พัฒนาวัคซีน “เอ็มอาร์เอ็นเอ-1273” ขณะนี้กำลังทดลองกับอาสาสมัครผู้มีสุขภาพแข็งแรงอายุระหว่าง 18-55 ปี จำนวน 45 คน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ อาสาสมัครคนแรกรับวัคซีนไปแล้วในวันจันทร์

นับตั้งแต่พบครั้งแรกทางภาคกลางของประเทศจีนเมื่อปลายเดือน ธ.ค. โรคติดเชื้อจากไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) เล่นงานผู้คนไปแล้วกว่า 175,000 คน ใน 145 ประเทศทั่วโลกเป็นอย่างน้อย เสียชีวิตกว่า 7,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในจีน รองลงมาคืออิตาลี ขณะนี้ยังไม่มีการรักษาหรือวัคซีนป้องกัน

แอนโธนี ฟาวซี หัวหน้าฝ่ายโรคติดเชื้อของเอ็นไอเอชเผยว่า การหาวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสตัวนี้ ถือเป็นความสำคัญด้านสาธารณสุขเร่งด่วน

“การศึกษาเฟส 1 ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการบรรลุเป้าหมายนั้น”

การทดลองครั้งแรกกับมนุษย์มีขึ้นที่สถาบันวิจัยด้านสาธารณสุุขไกเซอร์ เพอร์มาเนนต์ วอชิงตันที่นครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ใช้การฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อต้นแขนในโดสที่แตกต่างกัน เพื่อดูผลข้างเคียง เช่น การปวดกล้ามเนื้อหรือมีอาการไข้

ไวรัสโคโรน่ามีรูปร่างกลมและมีหนามแหลมยื่นออกมาดูคล้ายมงกุฎ หนามนี้ยึดเข้ากับเซลส์มนุษย์เปิดทางให้ไวรัสเข้าสู่ร่างกาย

วัคซีนทดลองของบริษัทโมเดอร์นาบรรจุข้อมูลยีนของหนามแหลมนี้ในสารที่เรียกว่า “แมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ” เมื่อฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อมนุษย์เอ็มอาร์เอ็นเอจะเข้าไปโตในร่างกาย แล้วกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยไม่ต้องรอให้บุคคลนั้นติดไวรัสเต็มตัว

ลิซา แจ็คสัน หัวหน้าคณะศึกษาจากไกเซอร์ เพอร์มาเนนต์ เผยกับสำนักข่าวเอพีก่อนวันทดลองว่า ทุกคนต้องการทำในส่วนที่ตนทำได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้

อาสาสมัครรายแรกคือเจนนิเฟอร์ ฮอลเลอร์ วัย 43 ปี ชาวเมืองซีแอตเทิล เล่าว่าทุกคนรู้สึกสิ้นหวัง การเป็นอาสาสมัครถือเป็น “โอกาสที่น่าอัศจรรย์ให้ได้ทำอะไรแบบนี้” ลูกวัยรุ่น 2 คนของเธอคิดว่า “เจ๋งมาก” เธอจึงร่วมทดลองวัคซีน

“รู้สึกดีมากเลยค่ะ” ฮอลเลอร์กล่าวพร้อมยิ้มกว้างขณะก้าวออกจากห้องทดลอง

นีล บราวนิง วิศวกรเครือข่ายไมโครซอฟท์ วัย 46 ปี กล่าวว่า ลูกสาวเล็กๆ ภูมิใจมากที่พ่อมาเป็นอาสาสมัคร

แต่การทดลองเมื่อวันจันทร์ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทดลองในมนุษย์ ที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่าวัคซีนปลอดภัยและใช้งานได้จริง แม้การวิจัยเป็นไปด้วยดีก็ต้องรอ 12-18 เดือนจึงจะใช้การได้

ด้วยความรุนแรงของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ทำให้ขณะนี้บริษัทยาและห้องทดลองทั่วโลกแข่งกันพัฒนาทั้งวิธีการรักษาและวัคซีน

การรักษาโดยใช้ยาต้านไวรัส “เรมเดซิเวียร์” ของบริษัทจิลีด ไซนส์ อิงค์ นำมาทดลองทางคลินิกครั้งสุดท้ายในเอเชียแล้ว คณะแพทย์ในจีนรายงานว่า ใช้ต่อสู้กับโรคได้ผลแต่ก็เป็นแค่การทดสอบแบบสุ่มตัวอย่างเท่านั้นที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้แน่ชัดว่า ยานี้ช่วยรักษาได้จริงหรือไม่ หรือผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นเองโดยไม่ต้องใช้ยา

อิโนวิโอ บริษัทยาสหรัฐอีกรายหนึ่ง ที่ผลิตวัคซีนโดยใช้ดีเอ็นเอเป็นฐาน กล่าวว่า บริษัทจะเริ่มทดลองทางคลินิกในเดือนหน้า

ส่วนบริษัทรีเจเนอรอนพยายามแยกแอนตีบอดีสู้ไวรัสโคโรน่า ที่สามารถฉีดเข้าเส้นเลือดดำเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันชั่วคราว คาดว่าจะเริ่มทดลองกับมนุษย์ได้ภายในฤดูร้อนนี้

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่ 80% มีอาการอ่อนๆ 14% อาการรุนแรง และราว 5% อาการหนัก เกิดโรคทางเดินหายใจรุนแรง เป็นเหตุให้น้ำท่วมปอดออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะไม่ได้

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยนั้นหายได้ภายในเวลา 1-2 สัปดาห์ ส่วนรายที่มีอาการรุนแรงอาจใช้เวลา 6 สัปดาห์ขึ้นไป ผลการประเมินล่าสุดชี้ว่า ผู้ติดเชื้อทั้งหมดเสียชีวิต 1%