วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จีน-สหรัฐ' เปิดศึกรอบใหม่ ปมแอบแพร่ 'โควิด-19'

"ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ" ตำหนิ "จีน" ว่าตอบสนองไวรัสระบาดในอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าช้า และไม่โปร่งใสพอ

ช่วงที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังชุลมุนกับการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ สหรัฐและจีน คู่ปรับสงครามการค้าโลก ก็เปิดศึกวิวาทะข้ามทวีปกันอีกครั้ง โดยครั้งนี้ จีนกล่าวหาว่ากองทัพสหรัฐเป็นฝ่ายนำเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 เข้าไปแพร่ในจีน

“จ้าว ลี่เจียน” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ทวีตกล่าวหาพร้อมคลิปวิดีโอที่ “โรเบิร์ต เรดฟีลด์” ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกำกับและปฏิรูป สภาผู้แทนราษฎร โดยยอมรับว่า ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 แต่ก็ไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆประกอบคำกล่าวหา

คำกล่าวของโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ที่บอกว่ากองทัพสหรัฐอาจอยู่เบื้องหลัง มาจากทฤษฎีสมคบคิดที่แพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ในจีนเมื่อไม่นานมานี้ที่ว่า ทหารสหรัฐนำเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เข้าไปในอู่ฮั่น ระหว่างเข้าร่วมมหกรรมกีฬาทหารโลก 2019 ซึ่งจัดขึ้นในมณฑลหูเป่ย์ ระหว่างวันที่ 18-27 ต.ค.ปีที่แล้ว

การกล่าวหาของโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนมีขึ้น หลังจาก “โรเบิร์ต โอไบรอัน” ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ตำหนิจีนว่าตอบสนองไวรัสระบาดในอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าช้า และไม่โปร่งใสพอ ทำให้โลกเสียเวลาไปร่วม 2 เดือนสำหรับเตรียมตัวรับสถานการณ์ระบาด แต่จ้าว ทวีตว่า เป็นสหรัฐต่างหากที่ขาดความโปร่งใส

“สหรัฐพบคนไข้คนแรกในประเทศเมื่อไหร่? กี่คนแล้วที่ติดเชื้อ แล้วรพ.ชื่ออะไร? อาจจะเป็นทหารสหรัฐ ที่นำการระบาดใหญ่ไปยังเมืองอู่ฮั่น อยากให้สหรัฐเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส และต้องอธิบายเรื่องนี้กับจีนให้ได้” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าว

จ้าว เพิ่งขึ้นมาทำหน้าที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้ไม่นาน หลังเป็นรองหัวหน้าสถานทูตจีนในปากีสถาน เขาเป็นโฆษกที่มักใช้ทวิตเตอร์ตอบโต้แบบขวานผ่าซากและมีสีสัน ในอดีตจ้าว เคยก่อวิวาทะบนทวิตเตอร์ กับซูซาน ไรซ์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐมาแล้ว เมื่อเธอกล่าวหาเขาว่า เหยียดผิว

ก่อนหน้านี้ ในวันเดียวกัน เกิ้ง ซวง โฆษกกองทัพจีน ก็วิจารณ์บรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐ ว่าแสดงความเห็นอย่างไร้ความรับผิดชอบ หลังกล่าวโทษการรับมือของรัฐบาลปักกิ่ง ทำให้โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์ระบาดร้ายแรง แต่เป็นจีนต่างหากที่พยายามชะลอการระบาด ช่วยซื้อเวลาให้กับทั่วโลกเตรียมพร้อมรับการระบาด และหวังว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐจะทุ่มพลังงานไปกับการรับมือไวรัส ส่งเสริมความร่วมมือ แทนที่จะโยนบาปให้จีน

ขณะที่จีนเริ่มเปิดศึกวิวาทะกับสหรัฐในประเด็นการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ในส่วนของอินเดีย ที่มีพรมแดนติดกับจีนบางส่วน ก็ตัดสินใจปิดประเทศ หลังจากยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 60 ราย พร้อมทั้งสั่งห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกประเทศเข้าอินเดีย และระงับวีซ่าท่องเที่ยวด้วย

การตัดสินใจของทางการอินเดีย มีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 12 มี.ค.องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการแพร่ระบาดไปทั่วโลก (pandemic) และปัจจุบัน ยอดผู้ติดเชื้อในอินเดียเพิ่มเป็น 60 ราย 

นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังออกมาตรการต่างๆ หลังเสร็จสิ้นการประชุมเร่งด่วนกับกระทรวงต่างๆ มีกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งผลประชุมมี 8 ประเด็นคือ 1. วีซ่าทั้งหมดที่เคยให้ไปกับประชาชนต่างสัญชาติทุกประเทศให้ระงับไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12 นาฬิกา ของวันที่ 13 มี.ค. ในทุกช่องทางที่ชาวต่างชาติจะเดินทางเข้าประเทศได้

2. วีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศอินเดียแล้วให้ยังคงอยู่ได้ แต่ต้องติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ใกล้ที่สุดผ่านระบบ e-FRRO เพื่อขออยู่ต่อ 3. วีซ่าท่องเที่ยวฟรีที่รัฐบาลให้กับกลุ่มคนที่ถือบัตรอินเดียโพ้นทะเลจะถูกระงับเช่นเดียวกันไปจนถึงถึงวันที่ 15 เม.ย. โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12.00 น. ของวันที่ 13 มี.ค.ในทุกช่องทางที่ชาวต่างชาติจะเดินทางมาอินเดีย

4. สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมายังอินเดียด้วยเหตุผลความจำเป็นใดในช่วงนี้ ให้ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลในการออกวีซ่าให้เป็นรายกรณีไป 5. สำหรับผู้ที่กำลังเดินทางมายังอินเดีย รวมถึงชาวอินเดีย ที่มีประวัติการเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต่างๆ อย่าง จีน อิตาลี อิหร่าน เกาหลี ฝรั่งเศส สเปน และเยอรมัน ภายหลังวันที่ 15 ก.พ. ต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วัน โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12.00 น. ของวันที่ 13 มี.ค.ในทุกช่องทางที่ชาวต่างชาติจะเดินทางมาอินเดีย

6. ทุกช่องทางการการเดินทางระหว่างประเทศในเขตพรมแดนของอินเดียทั้งหมดจะได้รับการตรวจตราอย่างเข้มงวดในการผ่านแดน โดยเฉพาะการตรวจทางการแพทย์ ซึ่งจะมีรายละเอียดแจ้งต่อไปโดยกระทรวงมหาดไทย

7. การจราจรระหว่างประเทศผ่านพรมแดนที่ดินจะถูกจำกัด ต้องได้รับการอนุญาตและตรวจคัดกรองเชื้อจากเจ้าหน้าที่โดยกระทรวงมหาดไทยจะแจ้งให้ทราบต่อไป และ 8. สำหรับการทดสอบหลักสำหรับนักเรียน ผู้ที่ตรวจร่างกายแล้วผลปรากฏว่าไม่ติดเชื้อ จะได้รับอนุญาตให้เดินทางไปและจะมีการกักกันเมื่อเดินทางมาในอินเดียเป็นเวลา 14 วัน