วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โลกลดปล่อยคาร์บอน มุ่งพลังงานหมุนเวียน

ผลการศึกษาล่าสุดเผย ปี 62 ภาคพลังงานโลกปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 2% มากที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 90 อานิสงส์ "ยุโรป-สหรัฐ" ใช้ถ่านหินน้อยลง

รายงานล่าสุดเผยแพร่วานนี้ (9 มี.ค.) จากเอมเบอร์ กลุ่มคลังสมองอิสระศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบุว่า การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั่วโลกลดลง 3% ในปี 2562 มากที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 90 เป็นอย่างน้อย

ยุโรปลดการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าลง 24% เนื่องจากเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน ส่วนที่สหรัฐลดลง 16% เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซแข่งขันได้มากกว่าอย่างไรก็ตาม จีนสวนกระแสผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมากขึ้นจนครองสัดส่วนครึ่งหนึ่งของโลกเป็นครั้งแรก

สหภาพยุโรป (อียู) ก้าวหน้าที่สุดในการนำพลังงานลมและแสงอาทิตย์มาใช้แทนถ่านหิน ส่วนสหรัฐก็หันไปพึ่งพาก๊าซมากขึ้นหลังจากผลิตน้ำมันจากหินน้ำมันได้มากในช่วงไม่กี่ปีหลัง 

ในจีนและอินเดียมีการใช้พลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้า 8% และ 9% ตามลำดับ

ในภาพรวม ปี 2562 โลกใช้ถ่านหินลดลงแล้วเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนแทน ได้แรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย เช่น ก๊าซราคาถูกลง ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกครั้ง และความต้องการใช้ไฟฟ้าชะลอตัวลง ซึ่งการจะควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสนั้นการใช้ไฟฟ้าพลังถ่านหินจะต้องลดลง 11% ต่อปี

นายเดฟ โจนส์ หัวหน้าคณะนักวิจัยและนักวิเคราะห์ไฟฟ้าของเอมเบอร์ กล่าวว่า การที่โลกใช้ถ่านหินน้อยลง และภาคพลังงานปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงถือเป็นข่าวดีสำหรับสภาพภูมิอากาศโลก แต่รัฐบาลก็ต้องเร่งการเปลี่ยนผ่านการผลิตไฟฟ้าอย่างขนานใหญ่ ไม่ให้มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเลยทั้งโลกตลอดทศวรรษ 2020

“การเปลี่ยนจากถ่านหินไปใช้ก๊าซ ก็แค่เปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลตัวหนึ่งไปเป็นอีกตัวหนึ่งเท่านั้น” นักวิจัยระบุ

รายงานฉบับนี้ที่ใช้ข้อมูลครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า 85% ของโลก อีก 15% ใช้ข้อมูลประมาณการ ยังชี้ด้วยว่า ปีที่ผ่านมาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ เพิ่มขึ้น 270 เทราวัตต์ชั่วโมง หรือ 15% โลกจำเป็นต้องรักษาอัตราการเติบโตในระดับนี้เอาไว้ให้ได้ทุกปี เพื่อบรรลุเป้าอุณหภูมิโลกตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสว่าด้วยโลกร้อน

เดือนที่แล้วสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เผยว่า ปี 2562 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้าทั่วโลกไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนจากใช้ถ่านหินไปเป็นก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้เขตเศรษฐกิจก้าวหน้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลง