ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (5มี.ค.)ดิ่งกว่า 900 จุด ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าโรคโควิด-19จะลามไปทั่วสหรัฐ หลังนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ยืนยันการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่จำนวน 2 รายในวันนี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 969.58 จุด หรือ 3.58% ปิดที่ 26,121.28 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 106.18 จุด หรือ 3.39% ปิดที่ 3,023.94 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 279.49 จุด หรือ 3.1% ปิดที่ 8,738.60 จุด
นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก แถลงยืนยัน การพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 2 รายในวันนี้ โดยผู้ป่วยทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายอื่นๆ ทำให้ขณะนี้ นครนิวยอร์ก มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวม 4 ราย
ส่วนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันพุธ(4มี.ค.) หลังพบผู้เสียชีวิตรายแรกจากการเป็นโรคโควิด-19 ขณะที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสในรัฐจำนวน 53 ราย
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตจากการเป็นโรคโควิด-19 ทั่วประเทศมีจำนวน 11 ราย ขณะที่มีผู้ติดเชื้อจำนวน 159 ราย
ด้านกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ แถลงว่า กระทรวงฯมีแผนที่จะซื้อหน้ากากอนามัยแบบ N95 จำนวน 500 ล้านชิ้นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในช่วง 18 เดือนข้างหน้า เป็นส่วนหนึ่งของสต็อกยาและเวชภัณฑ์ด้านยุทธศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งปัจจุบัน มีสต็อกหน้ากากอนามัยแบบ N95 เพียง 12 ล้านชิ้น และหน้ากากอนามัยที่ใช้ในห้องผ่าตัดจำนวน 30 ล้านชิ้น ถือเป็นจำนวนน้อยในกรณีที่เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโรคโควิด-19
ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 216,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย
ตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 3,250 ราย สู่ระดับ 213,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว





