วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาตึงเครียดตะวันออกกลางฉุดดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร(7ม.ค.)ปรับตัวร่วงลงกว่า 100 จุด ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 119.7 จุด หรือ 0.42% ปิดที่ 28,583.68 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 9.1 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 3,237.18 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลบ 2.88 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 9,068.58 จุด

ทั้งนี้ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรจะลงคะแนนเสียงในสัปดาห์นี้ต่อญัตติจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

สมาชิกพรรคเดโมแครตต่างแสดงความไม่พอใจต่อการที่ปธน.ทรัมป์ไม่ได้แจ้งต่อรัฐสภา และไม่ได้ขออนุมัติก่อนที่จะใช้ปฎิบัติการทางทหารโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติกรุงแบกแดดของอิรัก จนทำให้นายพลกาเซ็ม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน และนายอาบู มาห์ดี อัล-มูฮันดิส รองผู้นำกองกำลังฮาชด์ชาบี ของอิรัก เสียชีวิต

นางเพโลซี กล่าวว่า มาตรการยั่วยุของรัฐบาลปธน.ทรัมป์ทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐ, นักการทูต และชาวอเมริกันตกอยู่ในอันตราย ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับอิหร่าน

“ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาคองเกรส ความรับผิดชอบอย่างแรกของเราคือการทำให้ชาวอเมริกันมีความปลอดภัย และเนื่องจากสาเหตุนี้ เราจึงมีความกังวลต่อการดำเนินการของรัฐบาลโดยไม่มีการปรึกษาหารือกับสภาคองเกรส และไม่มีความเคารพต่ออำนาจในการประกาศสงครามของสภาคองเกรสตามที่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ” นางเพโลซีกล่าว

ถึงแม้มีการคาดการณ์กันว่าญัตติจำกัดอำนาจของปธน.ทรัมป์ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านจะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ แต่ก็จะเผชิญความไม่แน่นอนในวุฒิสภา ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก

ด้านเอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้ง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ แถลงว่า การที่สหรัฐสังหารนายทหารระดับสูงของอิหร่านจะไม่ทำให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

“เรายังคงเชื่อว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจะยังคงมีผลกระทบที่จำกัด โดยจะส่งผลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และทางการเมือง ซึ่งจะสร้างภาวะไร้เสถียรภาพในภูมิภาค และกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุน” แถลงการณ์ระบุ

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยดิ่งลง 8.2% สู่ระดับ 4.31 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.38 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 4.69 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค.

นอกจากนี้ ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐที่ดิ่งลง 8.2% ในเดือนพ.ย. ถือเป็นการลดลงในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว

ตัวเลขขาดดุลการค้ากับจีนลดลง 15.7% ในเดือนพ.ย. สู่ระดับ 2.64 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐส่งออกไปยังจีนเพิ่มขึ้น 1.4 พันล้านดอลลาร์ และนำเข้าลดลง 800 ล้านดอลลาร์