วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีอีโอใหม่โบอิง ‘ตัวจริงหรือสำรอง’

ซีอีโอใหม่โบอิง ‘ตัวจริงหรือสำรอง’ โดยภาระกิจหลักคือการใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีนำพาบริษัทการบินใหญ่ออกจากวิกฤติให้ได้ หลังจากโบอิง 737 แม็กซ์ เครื่องบินรุ่นขายดีประสบอุบัติเหตุ 2 ครั้งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ตลอดชีวิตการทำงานในบริษัทสหรัฐ เดวิด แคลฮูน ไต่เต้ามาเป็นลำดับตั้งแต่ที่เจเนอรัลอิเล็กทริก (จีอี) นำนีลเสน โฮลดิงส์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และช่วยบริหารวาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่อย่างแบล็กสโตน แต่ตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) โบอิง ที่เขาจะทำหน้าที่ในเดือน ม.ค.2563 ว่ากันว่าจำเป็นต้องใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีนำพาบริษัทการบินใหญ่ออกจากวิกฤติให้ได้ หลังจากโบอิง 737 แม็กซ์ เครื่องบินรุ่นขายดีประสบอุบัติเหตุ 2 ครั้งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

บริษัทการบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ “โบอิง” ประกาศเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหารเมื่อวันจันทร์ (23 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ปลดเดนนิส มุยเลนเบิร์กออกจากตำแหน่งซีอีโอ เนื่องจากแก้ปัญหาเครื่องบิน 737 แม็กซ์ไม่ได้ ทั้งในแง่การจัดการภัยพิบัติของโบอิง และการไม่ลงรอยกับคณะกรรมการกำกับดูแล ลูกค้า และครอบครัวผู้เสียชีวิต

อ่านข่าว-ซีอีโอ 'โบอิง' ลาออกเซ่นวิกฤติ '737 แม็กซ์'

157723033298

วิกฤตินี้ส่งผลให้สัปดาห์ก่อนบริษัทต้องตัดสินใจระดับการผลิต 737 แม็กซ์ สร้างความหวั่นใจให้กับบรรดาพนักงาน ซัพพลายเออร์ ต่อเนื่องไปถึงคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ ด้วยยังไม่มีข้อบ่งชี้แน่ชัดว่า โบอิง 737 แม็กซ์จะกลับมาบินได้อีกเมื่อใด

สำหรับแคลฮูน วัย 62 ปี โบอิงพบว่าเขาคือชายผู้เคยนำจีอี อินฟราสทรัคเจอร์ มีประสบการณ์ในการพลิกฟื้นบริษัททั้งนีลเสนและแบล็กสโตน ในงานแถลงข่าวแคลฮูนประกาศว่า เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในอนาคตของโบอิงและ 737 แม็กซ์

“ผมได้รับเกียรติให้นำทัพบริษัทอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ โดยมีพนักงานผู้ทุ่มเทอีก 150,000 คน ที่ทำงานหนักเพื่อสร้างอนาคตของการบิน”

แต่การที่ซีอีโอใหม่มีภูมิหลังด้านจัดการการเงินและกลยุทธ์บริษัทมากกว่าด้านวิศวกรรมและนโยบายความปลอดภัยที่ต้องลงรายละเอียด ทำให้นักวิเคราะห์บางรายเกิดคำถามว่า เขามาเป็นผู้นำชั่วคราวเพื่อทำให้โบอิงผ่านพ้นสถานการณ์เลวร้ายหรือไม่ ในช่วงที่บริษัทพยายามฟื้นฟูชื่อเสียงและแม็กซ์ได้รับการอนุมัติให้กลับมาบินได้อีก

ลอว์เรนซ์ เคลเนอร์ อดีตซีอีโอคอนติเนนตัลแอร์ไลน์ ที่โบอิงประกาศให้เป็นประธานบอร์ดคนใหม่ กล่าวว่า แคลฮูนมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้ง ผลงานในอดีตพิสูจน์ให้เห็นถึงภาวะผู้นำอันแข็งแกร่ง ทั้งยังทราบดีถึงความท้าทายที่โบอิงต้องเผชิญ

157723034832

เมื่อพิจารณาประวัติการทำงานในอดีต หลังจากจบการศึกษาด้านบัญชีที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค แคลฮูนเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีที่จีอีในปี 2524 ทำงานอยู่ที่นี่เกือบ 40 ปีจนได้เป็นผู้นำจีอี อินฟราสทรัคเจอร์ แผนกนี้ดูแลเครื่องยนต์เครื่องบิน รถไฟ และอื่นๆ

ปี 2548 แคลฮูนกล่าวสุนทรพจน์ให้กับบัณฑิตของเวอร์จิเนียเทค ระบุถึงปรัชญาความเป็นผู้นำ “ไม่มีใครต้องการผมสำหรับการทำธุรกิจปกติ บทบาทผู้นำคือสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”

ผู้บริหารรายนี้ออกจากจีอีในปี 2549 ไปเป็นผู้นำวีเอ็นยูกรุ๊ป ที่ภายหลังเปลี่ยนเป็นนีลเสนแล้วจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2554

แคลฮูนเริ่มงานที่แบล็กสโตนกรุ๊ปในเดือน ม.ค.2557 เน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทโฮลดิงส์ เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อปี 2560 ระบุ “เขาชอบให้ทีมผู้นำเล่นเกมรุกมากกว่าเกมรับ”

จิม ฮอลล์ อดีตผู้อำนวยการคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นทีเอสบี) เผยว่า การปรับตำแหน่งในโบอิงถือเป็นพัฒนาการทางบวกการพ้นจากตำแหน่งของมุยเลนเบิร์กน่าจะทำตั้งนานแล้ว

“เห็นชัดว่าโบอิงต้องการปรับโครงสร้างใหม่โดยเลือกคนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอย่างแรก” ฮอลล์กล่าวแต่ไม่วายเสริมว่า เขาเองยังไม่แน่ใจว่าแคลฮูนเป็นตัวเลือกระยะยาวหรือไม่

“ถ้าเขาอยู่ในตำแหน่งระยะยาว ผมคิดว่า คนที่มีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมการบินและมีประสบการณ์ตรงมากกว่านี้ อาจะเป็นตัวเลือกที่ดี”

ริชาร์ด อาบูลาเฟีย จากทีลกรุ๊ป บริษัทที่ปรึกษาเน้นการบินและกลาโหม มองว่า แคลฮูนเหมาะสำหรับสร้างเสถียรภาพในระยะสั้น แต่ในระยะยาว “ผมไม่แน่ใจว่านี่เป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง ภูมิหลังของแคลฮูนมาจากวาณิชธนกิจ และจีอีในยุคแจ็ค เวลช์ ซึ่งโบอิงมีคนแบบนี้เยอะแล้ว”